phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 24 July 2013 06:33

จุดเทียนขึ้นมาสักเล่ม ดีกว่านั่งด่าความมืด Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 24 ก.ค. 2556

บ้านเมืองนี้มีปัญหา ถ้าไม่แก้ไขทั้งระบบ ไม่แก้ที่รากเหง้า คงแก้ไม่ได้อย่างยั่งยืน นั่นก็พูดกันมากและพูดกันบ่อยแล้ว ในเวลาเดียวกัน ก็ควรพูดถึงหน้าที่ของแต่ละคนที่ควรทำ ไม่เอาแต่นั่งรอให้โครงสร้างเปลี่ยน ให้ระบบใหม่เกิดโดยไม่ทำอะไรเลย 

     นั่งด่าความมืดก็ใช่ว่าไฟฟ้าจะปรากฏขึ้นมาได้ ทำไมไม่จุดเทียนขึ้นมาสักเล่ม ทำไมไม่ช่วยกันทำอะไรก็ได้ที่จะทำให้ “ส่วนรวม” ดีขึ้น มีแสงสว่างส่องทางเดินโดยไม่ต้องรอไฟฟ้าจาก กฟผ.

     เข้าพรรษาเป็นเวลาที่ควร “ถอยหลังไปตั้งหลัก” สักนิด เพราะคนเราตั้งหลักได้ก็เดินหน้าได้ดีกว่า และมั่นคงกว่าเดิม การถอยไปตั้งหลักไม่ใช่ถอยไปแบบไม่ทำอะไรเลย หากแต่เป็นการกลับไปทบทวนชีวิต และไม่ใช่แต่เพียงนั่งคิดคำนึงบนเก้าอี้โซฟา แต่ลงมือทำ “อะไรสักอย่าง”

     เข้าพรรษาปีนี้ อาจารย์ พนักงาน นักศึกษา “มหาวิทยาลัยชีวิต” ทั่วประเทศแต่ละคนทำโครงงานเข้าพรรษาอยู่ 2 อย่างพร้อมกัน เรื่องที่หนึ่ง คือ การออมเงินทุกวัน วันละเท่าไรก็ได้ เมื่อออกพรรษาก็นำเงินที่ออมได้มารวมกันเป็นกองทุนมหาวิทยาลัยชีวิต เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ผู้ที่เรียนที่สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนหรือที่เรียกกันว่า “มหาวิทยาลัยชีวิต”

 

 

     นักศึกษาเกือบทั้งหมดเป็นผู้ใหญ่วันเกิน 20 ปี ส่วนใหญ่ 30-60 ปี หลายคนอายุมากกว่า 60 ก็มาเรียน นักศึกษาเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์กู้ยืมเงินจากกองทุนเพื่อการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการไม่ว่า กยศ.หรือ กรอ. เพราะอายุมากกว่า 39 ปี และเพราะหลักสูตรไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเพื่อการพัฒนาประเทศ (ในความหมายของรัฐหรือใครก็ได้ที่กำหนดนโยบายที่แปลกประหลาดนี้

     ทั้งๆ ที่ประกาศไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ประเทศนี่ส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต และเห็นความสำคัญของการศึกษา แต่การกระทำสำคัญกว่ารัฐธรรมนูญ เห็นกันชัดแจ้งอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา การพัฒนาประเทศถึงล้มลุกคลุกคลานเพราะพื้นฐานการศึกษาของคนอ่อนแอ)

     นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตส่วนใหญ่ขาดแคลนทุนเพื่อใช้ในการศึกษา กองทุนที่มีลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อนจึงเป็นหนทางหนึ่งที่บรรเทาความเดือดร้อนได้

     เรื่องที่สองที่ทำในโครงงานเข้าพรรษา คือ แต่ละคนคิดเองว่าอยากทำอะไร “ดีๆ” เพื่อจะได้จัดระเบียบชีวิต สร้างวินัยชีวิต หรือทำอะไรดีๆ ให้ผู้อื่น ให้ชุมชน ให้สังคม

     มีคนที่ทำโครงงานว่า เข้าพรรษาปีนี้จะเลิกกินเหล้ากินเบียร์ บางคนบอกว่าจะไม่เข้าร้านสะดวกซื้อ เพราะจริงๆ แล้วที่เข้าไปทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรมากมาย ไปเพราะความเคยชิน เห็นร้านแล้วอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไป

     บางคนตั้งใจว่าจะไม่กินข้าวนอกบ้าน ถ้าจำเป็นก็จะกินอย่างเรียบง่าย ใช้เงินต่อมื้อไม่เกินเท่านั้นเท่านี่ ตามสถานภาพของแต่ละคน ไม่ใช่เพียงเพื่อการประหยัด แต่เพื่อสุขภาพของตนเองและครอบครัว จะได้ทำอาหารดีๆ มีคุณค่ากินเอง

     บางคนตั้งใจจะขับขี่มอเตอร์ไซค์ให้ช้าลง ความเร็วไม่เกิน 80 ก.ม. ถ้าในเมืองในหมู่บ้านก็ช้า บางคนตั้งใจจะขับรถยนต์อย่างมีสติมากขึ้น เคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ใจเย็น ใจกว้าง ใครรีบเร่งก็ปล่อยเขาไปไม่ต้องไปโกรธไปว่าไปด่าเขา

     บางคนบอกว่า ตลอดเข้าพรรษาจะกินมังสะวิรัติ บางคนจะกินทุกวันศุกร์ มีคนที่ตั้งใจลดน้ำหนักระหว่างเข้าพรรษานี้ให้ได้ 5 ก.ก. บางคน 10 ก.ก. เลยทีเดียว ซึ่งเป็นงานหนักและท้าทายไม่น้อย

     นักศึกษาหลายศูนย์ฯ มีแผนการปลูกต้นไม้ร่วมกัน บางแห่งบอกว่าจะปลูกร่วมกันให้ได้ 999 ต้น บางแห่งหลายพันต้น ทุกวันเสาร์อาทิตย์ที่มาเรียนก็จะนำต้นไม้มาและไปหาที่ปลูกในป่าชุมชนบ้าง ที่วัด ที่โรงเรียน ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกิดความร่มรื่น บางศูนย์ฯ เลือกเอาวันเข้าพรรษาหรือวันอื่นเพื่อร่วมกันปลูกให้ได้ตามจำนวน

     นอกนั้น แต่ละคนก็ยังปลูกในพื้นที่ของตนเอง หลายคนตั้งใจปลูกให้ได้สัปดาห์ละ 9 ต้น ตลอดพรรษาตั้งใจจะปลูกให้ได้อย่างน้อย 99 ต้น

     มีนักศึกษาที่ตั้งใจจะแปลงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดที่บ้านของตนเองให้ได้ เริ่มจากการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย แยกสิ่งที่ต้องการหรืออยากได้จากสิ่งที่จำเป็น และทำ ซื้อ บริโภคสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ไปตลาด ไม่ไปห้างโดยไม่จำเป็น หรือไปแบบไม่มีจุดหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

     เริ่มทำบัญชีครัวเรือนอย่างจริงจัง และวิเคราะห์การใช้จ่ายของตนเอง เพื่อดูว่า สามารถแยกความต้องการกับความจำเป็นได้หรือไม่อย่างไร มีความสมดุลระหว่างรายรับกับรายจ่ายหรือไม่ มีการวางแผนการใช้หนี้ต่างๆ อย่างไร มีแผนการออม แผนการใช้เงินในเรื่องต่างๆ อย่างมีเหตุผลหรือไม่

     เริ่มพิจารณาอาชีพที่ทำอยู่ว่าทำอย่างมีข้อมูล ใช้ความรู้ ทำอย่างมีแบบมีแผน อย่างมืออาชีพ หรือว่าทำตามคนอื่น เลียนแบบ ไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้คิดเอง ไม่ได้ตัดสินใจเอง ไม่ได้เลือกเอง

     เริ่มกินอยู่อย่างมีเหตุมีผลมีสติ เลือกกินอะไรที่ให้คุณค่าแก่ตัวเองจริงๆ ไม่มักง่าย ฝากท้องไว้กับรถพุ่มพวงตลาดเคลื่อนที่อาหารถุง ปลูกผักกินเองบ้าง บางคนเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ลดค่าใช้จ่าย ได้สุขภาพดี ดูแลตนเองด้วยความใส่ใจ ไม่คิดแต่จะกินยาหาหมอลูกเดียว

     เข้าพรรษาปีนี้ ทำอะไรดีๆ สักอย่าง เพื่อตัวเอง เพื่อคนอื่น ไม่มีอะไรเล็ก ทุกอย่างที่มีคุณค่า ถ้าทำด้วยใจ ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น

     แสงสว่างจากแสงเทียนแห่งชีวิตเช่นนี้สามารถส่องทางเดินได้ ไม่ใช่แต่สำหรับตนเอง แต่สำหรับคนอื่นและสังคม เพราะแสงสว่างแบบนี้เป็นแสงสว่างทางปัญญา ที่มีพลังยิ่งกว่าแสงใดๆ

Last modified on Saturday, 27 July 2013 13:35