phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 15 May 2013 06:19

เกษตรกรรม อาชีพมั่นคง Featured

Rate this item
(6 votes)

สยามรัฐรายวัน 15 พฤษภาคม 2556

ปัญหาสำคัญสองอย่างของโลกวันนี้ คือ อาหารกับพลังงาน คนที่โชคดี คือ คนมีที่ดิน ปัจจัยการผลิต สองอย่างนี้ คนโชคร้ายไม่ใช่คนที่ไม่มีดิน แต่เป็นคนมีที่ดินแต่ไม่มีความรู้ เพราะไม่นานก็อาจไม่เหลืออะไรเลย เพราะถูกเขาโกง ถูกเขาหลอก หรือขายไปเพื่อเอาเงินไปใช้จ่ายกับใช้หนี้

     ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานสำหรับเกษตรกรและคนมีที่ดิน จึงหมายถึงความมั่นคงด้านอาชีพ รายได้ ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวม คุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นได้ถ้าหากไม่มีการเรียนรู้ ไม่มีการวางแผน ไม่มีการจัดการ

     ในโลกที่เปลี่ยนไปแล้วนี้ มีเกษตรกรที่ปรับตัวและอยู่รอดได้จำนวนไม่น้อย มีคนที่ประกอบอาชีพอื่น หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพบว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงกว่า มีรายได้ดีกว่า มีอาหารที่ผลิตได้เอง พลังงานที่ทำได้เอง มีความเป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อองค์กรหรือเจ้านายไหน

     คนที่หันมาเป็นเกษตรกรเหล่านี้ไม่ได้มาเป็น ชาวไร่ชาวนาŽ ในความหมายเดิม ไม่ได้ย้อนยุคไปอยู่กระท่อมน้อยปลายนาอย่างโรแมนติค แต่มาเป็น ผู้ประกอบการŽ (entrepreneur) ที่ทำเกษตรกรรมอย่างมีเป้าหมาย มีแบบมีแผน ใช้ความรู้ใช้ปัญญา

 

 

     บางคนเคยเป็นข้าราชการ เคยเป็นครู บางคนเออร์ลี่รีไทร์ เพราะเบื่อหน่ายกับอาชีพราชการ หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่ใช่แบบสมัครเล่น แต่ทำอย่างจริงจังและมีความสุขกับอาชีพนี้ บางคนเคยรับราชการ เคยเป็นพนักงานบริษัท มีตำแหน่งสูง เงินเดือนเป็นแสน ลาออกมาเป็นเกษตรกรก็มี อย่างคุณนฤทธิ์ คำธิศรี ที่ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร

     คุณนฤทธิ์ไม่ได้ออกมาเพื่อทำการเกษตรแบบพออยู่พอกิน เขาทำจนร่ำรวยด้วยความรู้ด้วยปัญญา ด้วยการวางแผนและการจัดการที่ดี เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ กับพืช กับสัตว์ ทำเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี เรียนรู้ว่า พืชสัตว์มีวิถีของมันอย่างไร ถ้าอยู่กับมันอย่างเข้าใจ มันก็จะเลี้ยงเรา

     ความจริง คนจำนวนมากประกอบอาชีพหลักแล้วทำการเกษตรเป็นอาชีพรอง มีที่ดินก็ปลูกยางพาราบ้าง ปาล์มบ้าง พืชยืนต้น พืชล้มลุก เกษตรผสมผสานบ้างแล้วแต่ความถนัดและเวลาที่มี

     บางคนเรียนรู้ว่าจะพึ่งพาตนเองอย่างไร มีที่ดินก็แบ่งปลูกหลายอย่าง ปลูกยางส่วนหนึ่ง หญ้าเนเปียร์สักไร่สองไร่เอาไว้เลี้ยงวัวพันธุ์ผสมสัก 5-6 ตัว เพื่อจะได้ขี้วัวไปใส่ต้นไม้ ใส่พืชผักต่างๆ เลี้ยงหมูสองสามตัว เอาขี้หมูไปทำแก๊สเพื่อหุงต้ม ไม่ต้องไปซื้อจากตลาด จากนั้นก็เอาไปทำปุ๋ยได้อีก เลี้ยงไก่ไว้กินไข่กินเนื้อ เลี้ยงปลาไว้กินไว้ขาย

     บางคนปลูกสบู่ดำเป็นรั้ว เอาเมล็ดมาทำน้ำมันใส่รถไถ เครื่องสูบน้ำ ใส่รถปิ๊กอัพ โดยไม่ต้องผสมอะไร เพียงกรองให้สะอาดก็พอ วิ่งมาไม่รู้กี่ปีก็ไม่มีปัญหา เอามาทำน้ำมันเครื่อง จารบี กลีเซอรีน เอาใบเอาเปลือกเมล็ดที่หีบน้ำมันแล้วมาทำปุ๋ยที่มีคุณภาพสูงมาก และที่สำคัญ เอาลำต้นมาทำเป็นเยื่อกระดาษขายได้ราคาสูง เพราะเป็นเยื่อกระดาษยาวที่บ้านเราต้องซื้อจากต่างประเทศ หรือทำกระดาษแทนกระดาษาสาได้

     ปลูกสบู่ดำเป็นรั้วก็ได้ วัวควายไม่กิน คนไม่ขโมย หรือไม่ก็ปลูกหวายเป็นรั้ว ปลูกเป็นร้อยเป็นพันกอตามพื้นที่ หวายป้องกันวัวควายและคนได้ดีเพราะมีหนาม ยอดหวายราคาแพง ยอดละ 10 บาทแล้ววันนี้ หรือไม่ก็ปลูกมะขามเปรี้ยวสักจำนวนหนึ่ง ปลูกทิ้งๆ ไว้ ไม่ต้องดูแลอะไรเลย สุกแล้วก็เอามาแกะขายได้กิโลหลายสิบบาท ต้นหนึ่งได้หลายพันบาท หรือเอาเมล็ดมาโรยปลูกถี่ๆ เป็นรั้ว ตัดให้เตี้ยเพียงแค่เอว เก็บใบอ่อนไปขายได้ขีดละ 20 บาท กิโลละ 200 แพงพอๆ กับผักหวานทีเดียว

     หรือจะปลูกไผ่หลายๆ ชนิด กินหน่อได้ทั้งหน้าฝนหน้าแล้ง เอาไม้มาใช้สอย เอามาทำตั่งเตียง เอามาทำเครื่องใช้ต่างๆ ได้มากมาย ขายได้ราคาดีเพราะไผ่หายากมากวันนี้ หรือเอามาเผาถ่านที่มีคุณค่าสูงไม่น้อย

     หรือจะปลูกไม้ยืนต้น ต้นยางนา ต้นตะแบก ต้นมะค่าโมง ไม้แดง ไม้สัก รวมทั้งไม้พยูงราคาแพงก็ปลูกได้ เพียง 25 ปีก็ตัดมาสร้างบ้าน มาทำตู้โต๊ะตั่งเตียง เครื่องใช้ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีที่วันนี้หาซื้อไม่ได้เพราะไม้ราคาแพงมาก มีแต่ไม้อัด ไม้กรีดเป็นแผ่นบางๆ เอามาผสมวัตถุอื่นให้สวยงามขาย แต่คุณภาพแข็งแรงและสวยสู้ไม้จริงไม่ได้ เจอน้ำหน่อยเดียวก็ไปแล้ว

     เกษตรกรรมเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ถ้าหากใช้ความรู้ ความรักในอาชีพนี้และความขยัน วันนี้มีชาวนาเงินล้านมากมาย มีชาวนาที่ไม่ได้นั่งรถ ปิ๊กอัพเก่าๆ แต่นั่งรถเก๋ง นั่งรถเบนซ์อย่างชาวนาเยอรมันก็ยังมี  พวกเขาไม่ได้ทำเกษตรอะไรใหญ่โตที่ต้องลงทุนมากมาย แต่ทำเกษตรที่ละเอียดและประณีตมากกว่า สำหรับเกษตรกรยุคใหม่หลายคน รายได้เดือนละแสนกว่าบาทเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

     ทุนสำคัญที่สุดในการทำการเกษตรวันนี้ คือ ทุนทางปัญญา ซึ่งมีค่ามากกว่าทุนอื่นๆ คนมีความรู้มีปัญญา ไม่มีดินก็จะได้ดิน ไปเช่าเขาปีสองปีก็ซื้อที่ดินได้แล้ว
 
     ถ้าทำเกษตรแบบนี้แล้วรายได้เป็นแสนย่อมดีกว่าไปเป็นลูกจ้างเงินเดือนเท่ากัน เพราะนอกจากจะเป็นรายได้สุทธิแล้ว ยังมีอาหารดีที่ไม่มีสารพิษ ไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากมาย ไม่ต้องเดินทางไปทำงานทุกวันให้เหนื่อย ไม่ต้องวิ่งตาตั้งไปตอกบัตร ไม่ต้องไปเครียดไปทะเลาะกับหัวหน้าเจ้านายที่ไหน

     อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพราะเป็นอาชีพที่ถ้าทำให้ดีก็จะมีความเป็นอิสระ พึ่งพาตนเองได้  พึ่งตนเอง แปลว่า คิดได้ ตัดสินใจได้ เลือกได้ เป็นตัวของตัวเอง และมีความสุข

Last modified on Sunday, 19 May 2013 22:37