phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Wednesday, 10 April 2013 15:39

อภิเดช ศิษย์หิรัญ Featured

Rate this item
(0 votes)

ผมเคยขึ้นเวทีกับอภิเดช ศิษย์หิรัญ ไม่ใช่ขึ้นไปชกมวย แต่สัมภาษณ์เขาเรื่องมวยไทย เมื่อค่ำวันที่ 15 มิถุนายน 2555 ที่สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนหรือมหาวิทยาลัยชีวิต สมุทรสงคราม เขาไปถึงสถาบันตั้งแต่บ่ายเพื่อรอรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จเปิดสถาบันอย่างเป็นทางการ
 
     ตอนแรกคิดจะให้เขาลองแสดงพลังเตะให้อาจารย์ นักศึกษาและผู้คนที่ไปร่วมงานหลายพันคนได้ชม และได้ยืมอุปกรณ์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงมาให้แล้ว รวมทั้งได้เชิญครูมวยคนดัง อาจารย์โพธิสวัสดิ์ แสงสว่าง มาร่วมเป็นคู่ซ้อม แต่คุณอภิเดชขอตัว เข้าใจว่าคงไม่สบายหรือไม่อยู่ในสภาพของจอมเตะบางนกแขวกผู้โด่งดังเมื่อครั้งกระโน้น
 
     บ้านเกิดของคุณอภิเดชอยู่ที่บางนกแขวก ใกล้ๆ กับสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน แม้ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว แต่ก็แวะเวียนไปบ้านอยู่บ่อยครั้ง ไปร่วมงานและไปช่วยแนะนำเรื่องการสอนมวยไทยให้โรงเรียนบ้าง 
 
     ที่วัดเจริญ ติดกับบ้านของคุณอภิเดช มีห้องที่เรียกว่าพิพิธภัณฑ์ก็คงไม่ผิด ที่เก็บเรื่องราวและอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณอภิเดชมาแสดงให้ผู้คนได้รำลึกถึงนักมวยไทยผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ที่ได้กลายเป็นตำนานและทำให้บางนกแขวก ตำบลเล็กๆ ของจังหวัดเล็กๆอย่างสมุทรสงครามเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว


     ถามเขาบนเวทีค่ำวันนั้นที่สถาบันว่า ฝรั่งวันนี้ต่อยมวยไทยเก่งมาก สู้คนไทยได้ไหม  เขาตอบเรียบๆ ว่า คงสู้ไม่ได้ ผมถามว่า ทำไม เขาบอกว่า ฝรั่งโกงสู้คนไทยไม่ได้ เขาหมายถึงเอานวมปิดจมูกบ้าง เอานิ้วจิ้มตา ปาดตาบ้าง และอื่นๆ ที่นักมวยไทยตุกติกแพรวพราวกว่ามาก
 
     ผมได้พบกับคุณอภิเดชที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่แม่กลองเมื่อสามสี่ปีก่อน เขานั่งคุยกับผมอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน นั่งติดขอบโซฟาจนแทบจะหล่นลงไปบนพื้น ได้ถามสารทุกข์สุขดิบ รวมทั้งงานที่เขาเป็นครูมวยที่ค่ายแฟร์แทกซ์ ซึ่งมีทั้งไทยและฝรั่งมาฝึกเรียน
     
     มวยไทยในยุค 50 ปีก่อนเป็นตัวแทนภูมิปัญญาไทยที่ถือได้ว่า เป็นศาสตร์และเป็นศิลป์ที่ยอดเยี่ยมากแต่ก็รู้กันในประเทศไทยเท่านั้น มาโด่งดังแพร่หลายในยุคโลกไร้พรมแดน เครื่องมือสื่อสารทันสมัยที่ทำให้อะไร ๆ ก็ถึงกันหมด รู้กันหมด
 
     มวยไทยเริ่มได้ใจคนต่างชาติเมื่อมีการจัดชกกันข้ามประเภท และข้ามประเทศ เอามวยไทยไปชกกับกังฟู ยูโด คาราเต้ เทควันโด  รวมทั้งมวยสากล จนญี่ปุ่นเอาไปทำผสมผสานเป็นคิ้กบ๊อกซิ่ง ต่อมาเป็น K1 ซึ่งดูยังไงก็เป็นมวยไทย ยกเว้นเพียงห้ามใช้ศอกกับล็อคคอตีเขา

     และที่มวยไทยแพร่หลายไปทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นศิลปะการต่อสู้ที่รุนแรงและทรงพลังที่สุดประเภทหนึ่ง เมื่อมีรายการแข่งขันและถ่ายทอด UFC และ MMA หรือการต่อสู้แบบรวมยุทธ ใครถนัดอะไรก็เอามาใช้ได้หมด นักมวยหลายคนผ่านการเรียนและสังเวียนมวยไทยมาก่อน

     อีกด้านหนึ่ง ก็มีการฟื้นฟูมวยไทยที่เป็นศิลปะป้องกันตัว นำมาสร้างสรรค์ใหม่เพื่อการแสดง ทั้งกลางแจ้งและในร่ม และนำมาประยุกต์เพื่อการออกกำลังกาย การเต้นแอโรบิก ปรับให้เหมาะกับเพศกับวัยได้เป็นอย่างดี

     วันนี้มีการเปิดการสอนมวยไทยในหลายประเทศทั่วโลก กระทรวงวัฒนธรรมบอกว่า มีค่ายมวยไทยในเกือบ 100 ประเทศอยู่กว่า 50,000 แห่ง มีครูมวยไทย โดยเฉพาะอดีตนักมวยไทยไปสอน

     ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่า มวยไทยได้รับความนิยมสูงมากในฐานะศิลปะป้องกันตัว เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่ไปฝึกมวยไทยแล้วจะไปขึ้นเวทีเพื่อแข่งขันชกมวย ส่วนใหญ่ไปฝึกฝนมวยไทยเพื่อจะได้เรียนรู้วิชาป้องกันตัว เพื่อการออกกำลังกาย

     ในบ้านเรามีการเปิดการศึกษามวยไทยในระดับปริญญาตรี ไท เอกมาหลายปีแล้ว ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มีการส่งเสริมนาฏมวยไทยไปตามสถาบันการศึกษาต่างๆ 

     ความจริง มวยไทยเป็นศิลปะที่สร้างความแข็งแกร่งให้คนอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกายและจิตใจ ให้เป็นคนมีคุณธรรม ให้เกียรติคนอื่น มีวินัย มีน้ำใจนักกีฬา ปกป้องตนเองได้และคนอ่อนแอได้ ช่วยเหลือคนที่ถูกข่มเขงเอาเปรียบหรืออยู่ในอันตรายจากภัยรอบตัว

     ที่สำคัญ การฝึกฝนมวยไทยทำให้คนมีความเชื่อมั่นในตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง ไม่ขลาด ไม่กลัว มีความกล้าหาญเผชิญปัญหาต่างๆ กล้าตัดสินใจและเป็นตัวของตัวเอง
     
     แม้ว่าวันนี้จะมีการนำมวยไทยเข้าไปในสถานศึกษาหลายแห่ง แต่ก็ยังน้อยนัก วงการศึกษายังไม่เห็นคุณค่าของมวยไทยอย่างแท้จริง พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีฐานะยังอยากเห็นลูกไปเรียนเทควันโด ยูโด คาราเต้ เพราะใส่ชุดแล้วดูเท่ดีมีระดับ เห็นภาพลักษณ์ดีๆ ที่ปรากฏในหนังในสื่อต่างๆ

     มวยไทยยังมีภาพของความรุนแรง การแข่งขัน การพนัน ธุรกิจ ไม่ใช่มรดกภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ที่บรรพบุรุษไทยได้สั่งสม สืบทอด ถ่ายทอดมาให้เราลูกหลานและมนุษยชาติ ไม่เพียงเพื่อการเอาไปต่อสู้ แข่งขัน แต่เพื่อให้สร้างคนให้ “เป็นมวย”

     เป็นมวยวันนี้ หมายถึงการเป็น “คนเก่ง คนดี มีความสุข” เพราะรู้จักเรียนรู้ที่จะอยู่รอดในโลกที่โหดร้ายและรุนแรงนี้ด้วยความรู้ ด้วยปัญญา ความกล้าหาญ เข้าใจและปรับตัวทันกับการเปลี่ยนแปลงได้

      อภิเดช ศิษย์หิรัญ ได้สร้างสรรค์ตำนานอันยิ่งใหญ่ให้มวยไทยและสังคมไทย ขอให้เขาไปสู่สุคติ

Last modified on Wednesday, 10 April 2013 21:52