phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Friday, 05 April 2013 04:48

สร้างรถไฟแต่ไม่สร้างคน Featured

Rate this item
(0 votes)

สยามรัฐรายวัน 3 เมษายน 2556

เมื่อหลายปีก่อนมีเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจากเมืองโออิตะมาเมืองไทย นักข่าวถามเขาว่า ในฐานะที่โออิตะเป็นต้นแบบของโอทอป โอทอปของโออิตะกับของไทยต่างกันอย่างไร เขาตอบว่า ที่ญี่ปุ่น เขาใช้เวลา 20 ปีพัฒนาคน ผลิตภัณฑ์และการจัดการ แต่ของเรา ใช้เวลาเพียง 3 ปี พัฒนาผลิตภัณฑ์

          เขาคงไม่ได้ชมไทยแน่ แต่อยากวิจารณ์ว่า เราพัฒนาแต่ผลิตภัณฑ์แต่ไม่พัฒนาคน ไม่พัฒนาการจัดการ ไม่มีการเรียนรู้รอบด้าน แล้วจะมั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

                คนไทยคงเถียงว่า วันนี้เรามีโอทอปมากมาย ดูดีสี่ดาวห้าดาวกันทั้งนั้น แต่ถ้าหากวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในโอทอปเหล่านี้จะพบว่า ที่สุดแล้ว เราได้พัฒนาแต่เพียงผลิตภัณฑ์จริงๆ ไม่ได้พัฒนาคน ไม่ได้พัฒนาการจัดการเลยก็ว่าได้

                เพราะโอทอปทั้งหลายส่วนใหญ่ยังเข้าประเภทรวยกระจุก จนกระจายเหมือนเดิม คนที่เป็นเจ้าของไม่ใช่ชาวบ้านชุมชน แต่เป็นนายทุน ซึ่งมีทุน มีเทคโนโลยี มีเครือข่าย มีตลาด คนเหล่านี้ใช้ชาวบ้านเป็นคนผลิตตามที่ตนเองออกแบบและจัดหาทุนให้ วัตถุดิบให้ ตลาดให้ แถมให้ไปออกงานในนามวิสาหกิจชุมชนอีกต่างหาก

 

 

                ท้ายที่สุด ชาวบ้านก็เป็นแรงงานถูกๆ เหมือนเดิม อาจได้เรียนรู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น สวยขึ้น ราคาแพงขึ้น แต่ก็ไม่ได้รับผลตอบแทนส่วนแบ่งอย่างผู้ประกอบการ แต่อย่างผู้ใช้แรงงานเท่านั้น

                การพัฒนาในประเทศนี้เป็นอย่างนี้ตลอดมา สร้างถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำประปา โรงยา โรงหมอ และอีกมากมายหลายอย่าง รวมทั้งกำลังจะสร้างทางรถไฟและอะไรอื่นๆ เป็นเงินหลายล้านล้าน แต่ไม่มีการลงทุนสร้างคน ไม่ลงทุนวิจัยเพื่อสร้างความรู้ มีแต่สร้างวัตถุสิ่งของ แล้วจะไม่ให้คนไทยส่วนใหญ่กลัวได้อย่างไรว่า ทำโครงการเหล่านี้มาเพื่อกอบโกยมากกว่าเพื่อพัฒนาประเทศ

                มีการวิจัยในสหรัฐที่บอกว่า ทุนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาองค์กร ชุมชนไปจนถึงการพัฒนาประเทศ คือ ทุนมนุษย์ ซึ่งหากคิดเป็นสัดส่วนแล้วมีความสำคัญถึงร้อยละ 85 ของทุนทั้งหมด แปลว่า การพัฒนาทั้งหลายไม่ใช่เงิน ที่ดิน อาคาร หรืออื่นๆ ซึ่งมีส่วนเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น การพัฒนาเกิดขึ้นได้เพราะคุณภาพคน คนที่มีความรู้ มีสติปัญญา มีความสามารถในการบริหารจัดการ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

                บ้านเราไม่มีการลงทุนเพื่อการศึกษ การเรียนรู้ ที่อ้างว่ากระทรวงศึกษาฯ มีงบประมาณประจำปีสูงสุดเมื่อเทียบกับกระทรวงอื่นๆ ดูในรายละเอียดจะพบว่า งบประมาณส่วนใหญ่ใช้ไปเพื่อเป็นเงินเดือน สวัสดิการ ค่าจ้างค่าตอบแทน ก่อสร้าง ซื้อข้าวของวัสดุคุรุภัณฑ์ เหลือไว้เป็นงบพัฒนา การจัดการเรียนการสอน การวิจัยเพียงนิดเดียว

                ทำนองเดียวกับงบประมาณของอปท.ส่วนใหญ่ มีแต่งบประมาณประจำสำหรับค่าจ้างค่าตอบแทน การบริหารจัดการ แต่ไม่มีงบพัฒนาคน พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง ไม่มีงบการเรียนรู้ที่เหมาะสม ถ้ามีก็เพราะมีเงินเหลือตอนปลายปี จัดไปเรียนรู้ดูงาน ซึ่งแท้ที่จริงส่วนใหญ่ก็จัดไปเที่ยวหาเสียงหาคะแนนเท่านั้น เพราะไม่ได้มีแผนมียุทธศาสตรการเรียนรู้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวอะไรเลย

          วันนี้ประเทศไทยมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่คนทั่วไปก็เห็นด้วยว่าควรจะมี แต่ก็กลัวว่าจะมีการโกงกินกันเหมือนที่เกิดในโครงการต่างๆ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าระดับชาติหรือท้องถิ่น พยายามทำให้เป็นโครงการพิเศษวิธีพิเศษที่ลดขั้นตอนและการตรวจสอบ

                ไม่มีการวางแผนพัฒนาการศึกษา การเรียนรู้ควบคู่กันไปในสัดส่วนที่ทำให้สังคมรู้ว่า การพัฒนายั่งยืนไม่ใช่แค่การสร้างรถไฟหรือถนน แต่สร้างคนต่างหาก ที่ไม่ใช่เพียงเพื่อให้มีแรงงานที่ทำงานเป็น แต่มีการบริหารจัดการที่ดี มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

                แม้ระบบการศึกษาจะอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ แต่ผู้คนในยุคโลกาภิวัตน์ ยุคดิจิตอล ยุคที่ข้อมูลจข่าวสารไหลเวียนด้วยความเร็วเท่าแสง ได้เรียนรู้ด้วยปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน กลุ่มคน ชุมชน องค์กรต่างๆ ในสังคม ทำให้ได้รับรู้ข้อมูลต่างๆ อีกด้านหนึ่งซึ่งอาจถูกปิดบังเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนของผู้เกี่ยวข้อง

                วันนี้ผู้คนเริ่มรับรู้ข้อมูลลึกๆ และละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับพลังงาน เรื่องน้ำมัน เรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า มีข้อมูล เรื่องทรัพยากร เรื่องเร้นลับแอบแฝงถูกเปิดออก มีการวิพากษ์วิจารณ์ ปฏิบัติการแห่งวิภาษวิธีในวิถีของโลกยุคใหม่ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง

                ถ้าไฟจะดับเดือนเมษายน คงเป็นทั้งรัฐที่ขาดยุทธศาสตร์หรือมีวาระแอบแฝงในการพัฒนาพลังงาน ทั้งบุคลากรที่ทำเรื่องไฟฟ้าเองก็ยังอยู่แต่ในกรอบเก่าๆ เหมือนไม้ในกระถาง เช่นเดียวกับข้อสงสัยว่า การรถไฟจะบริหารจัดการรถไฟความเร็วสูงได้อย่างไร ในเมื่อความเร็วต่ำยังบริหารได้แค่นี้

                ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ผู้ล่วงลับ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม ประธานสภาพัฒน์ฯ สภาวิจัยฯ สกว. ประธานบอร์ดปตท.ยุคเก่า เคยบอกไว้ว่า

                “การพัฒนาไม่ใช่การผลิตวัตถุ ไม่ใช่ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่การบรรลุเป้าหมายเชิงวัตถุเฉพาะอย่าง แต่เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ทั้งในด้านบุคคลและสังคม ด้วยความมุ่งหมายที่จะมีชีวิตและสังคมที่ดีขึ้นที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ” 

Last modified on Monday, 08 April 2013 23:06