phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Saturday, 28 August 2010 00:00

คืนดีกับธรรมชาติ

Rate this item
(0 votes)

     สยามรัฐรายวัน 25 สิงหาคม 2553 

     น้ำท่วมใหญ่ที่ปากีสถานและเมืองจีนไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติที่หลายปีเกิดขึ้นครั้งอย่างที่บางคนเข้าใจ เพราะไม่ได้มีแต่น้ำท่วม แต่มีปรากฎการณ์ธรรมชาติอื่นๆ ที่ “ผิดปกติ” ไม่ว่าจะเป็นสึนามิที่คนตายหลายแสน ความร้อนที่เกิดขึ้นทั่วโลก จนเกิดไฟป่าขึ้นที่รัสเซียอย่างไม่เคยมีมาก่อน           

     ความจริง ปรากฎการณ์ในระดับท้องถิ่นมีให้เห็นนานแล้ว ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันที่ผู้คนไม่ทันตั้งตัวตั้งหลัก และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า คนคือผู้ทำลายความสมดุลของธรรมชาติ         

     ภาษาชาวบ้านเรียกการกระทำเช่นนี้ว่า “ผิดผี” อันหมายถึงการละเมิดกฎระเบียบต่างๆ ในธรรมชาติ ที่คนโบราณมักใช้บุคลาธิษฐานเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ของตนเองกับดิน น้ำ ต้นไม้ ทุ่งนา ป่า เขา

     จึงมีแม่ธรณี แม่น้ำ แม่โพสพ นางตะเคียน และอื่นๆรวมทั้งความสัมพันธ์กับคนที่มีชีวิตอยู่และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว จึงมีผีเหย้าผีเรือน ผีปูย่าตายาย ผีบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ไว้ในลูกหลายปฏิบัติตาม จะได้อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าหากละเมิดกฎก็เป็นการ “ผิดผี” และอาจเกิด “อาเพศ” อันเป็นเหตุแห่งหายนะและความทุกข์

     เราไม่จำเป็นต้องเชื่อเรื่องผีในรูปแบบของปู่ย่าตายาย แต่ “คุณค่า” ของภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเมิด สาระสำคัญของภูมิปัญญาเรื่องผี คือ ความสมดุลของธรรมชาติ การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำร้ายทำลาย

     คนโบราณขอขมาแม่ธรณี แม่คงคา แม่โพสพทุกปี มีการสู่ขวัญข้าว สู่ขวัญควาย ทำบุญบ้าน เลี้ยงปู่ตา เป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนกับธรรมชาติ และคนกับคนอื่นในชุมชน ให้อยู่ด้วยกันด้วยความปรองดองสามัคคี เพราะมี “ผี” เดียวกัน

     วิถีดั้งเดิมของชุมชนเป็นเช่นนี้ วิถีไทยวิถีตะวันออกก็เป็นเช่นนี้ ขณะที่วิถีตะวันตกมีลักษณะการครอบงำธรรมชาติมากกว่า คนคือ “นายเหนือจักรวาล” เมื่อพัฒนาทางเทคโนโลยีมากขึ้นๆ การครอบงำก็ยิ่งซับซ้อนและหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น ธรรมชาติจึงถูกทำลายไปในนามของความก้าวหน้าและการพัฒนา

     ป่าที่มีอยู่ทุกประเทศ และเป็นเหมือนปอดของร่างกายก็ค่อยๆ ถูกรุกจนเหลือแต่ตอ ความแห้งแล้งก็เริ่มมาเยือน เป็นการยื้อระหว่างคนกับธรรมชาติที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาทุกวันเพื่อเอาชนะธรรมชาติ แต่ที่สุดโลกวันนี้ก็เป็นเหมือนคนเป็นโรคถุงลมโป่งพอง หายใจไม่ทั่วท้องด้วยความทุกข์ทรมาน

     เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เราก็พร้อมที่จะถางป่าเพื่อปลูกพืชเดี่ยว ใช้สารเคมีทุกขั้นตอน จนดินไม่เหลือแร่ธาตุจุลินทรีย์อะไรอีกต่อไป รวมทั้งห้วยหนองคลองบึงที่ตื้นเขินแห้งขอด ดินเป็นพิษ น้ำเป็นพิษ อากาศเป็นพิษ สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ อาหารเป็นพิษ ชีวิตจึงเป็นพิษ โรคร้ายแรงรุมเร้าเพราะฝีมือของมนุษย์เอง

     โลกวันนี้ได้เริ่มสำนึกและพยายามคืนสู่ธรรมชาติ (back to the nature) ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่ง ก้าวที่ 4 ทีอยากเสนอว่า ถ้าหากจะเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไปอย่างมั่นคง ต้องถอยไปอีกก้าวหนึ่ง กลับไป “คืนดี” กับธรรมชาติ กลับไปฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีและสมดุลเสียใหม่

     เป็นเรื่องดีที่เราเห็นการฟื้นฟูดิน น้ำ ป่า ลดละเลิกการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนการผลิต การแปรรูป คืนชีวิตให้แผ่นดิน ให้แม่ธรณี แม่โพสพมีชีวิตและให้ชีวิตแก่ผู้คนเหมือนในอดีต ซึ่งวิชาการได้พบแล้วว่า จุลินทรีย์ในผืนดินไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก

     เป็นเรื่องดีที่เราเห็นการกลับไปฟื้นพันธุ์ข้าวพื้นเมือง มีการวิจัยให้เห็นคุณค่ามหาศาล เป็นอาหารที่ไม่ได้มีไว้เพื่อกินแต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็น “ยา” ที่ป้องกันและรักษาโรคได้อีกด้วย

     มีการกลับไปกินผักป่าผักทุ่ง ไก่นา ป่าแม่น้ำ ผลผลิตจากธรรมชาติมีการกลับไปฟื้นฟูภูมิปัญญาในการทำอาหาร จึงเห็นแต่ “ของโบราณ” เต็มไปหมด แกงโบราณ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ขนมโบราณ ลูกชิ้นปลาโบราณ ไอสครีมโบราณ และอื่นๆ

     เพราะเชื่อว่า คนโบราณท่านอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ มีฝีมือในการทำข้าวปลาอาหาร เป็นของจริงของแท้ที่ไม่ต้องพึ่งพิงสารเคมี ผงชูรส และเทคโนโลยีทันสมัยที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

     แต่เรื่องดีๆ เหล่านี้ ยังมีน้อยเกินไป ยังไม่ใช่กระแสหลัก ยังไม่ได้เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ สังคมไทยจึงยังเหม็นคลุ้งไปด้วยนโยบายการพัฒนาที่เป็นพิษ

     การเมืองที่เป็นกลไกสำคัญของกระแสหลักวันนี้ต้อง “กลับใจ” และต้องปฏิรูปเป็นอันดับแรก เพราะการเมืองเช่นนี้ “ผิดผี” และฝืนธรรมชาติ ถ้ายังทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ บ้านเมืองก็คงถึงคราวล่มสลาย เพราะไม่ใช่เทวดาที่ไหนมาลงโทษหรอก เราลงโทษและทำลายตัวเอง หลอกตัวเองว่า นี่คือการพัฒนา