phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

Tuesday, 21 October 2014 09:55

อินแปง

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 17 ตุลาคม 2557

เทือกเขาภูพาน โดยเฉพาะช่วงต่อเขตระหว่างสกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครพนม เป็นดินแดนประวัติศาสตร์ของสังคมไทย เป็นฐานที่มั่นของขบวนการเสรีไทย ซึ่งวางแผนต่อสู้กับญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีฐาน A American ฐาน B British  ฐาน C Chinese นายเตียง ศิริขันท์ อดีต ส.ส.และรัฐมนตรีหลายสมัยคนสกลนครเป็นแกนนำสำคัญ

หลังจากนั้นก็เป็นฐานสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ว่ากันว่าก่อกำเนิดขึ้นที่นี่ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้เดินทางเข้าป่าที่ภูพาน และถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2509 ที่บ้านหนองกุง ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

ภูพานแถบนั้นเป็นป่าเป็นเขา เหมาะสำหรับการตั้งฐานและการหลบซ่อน เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยของป่าและไม้มีค่านานาพรรณ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำและห้วยใหญ่น้อยมากมาย นโยบายปราบคอมมิวนิสต์ทำให้ทางราชการปล่อยให้มีการตัดไม้และทำลายป่า อย่างหนึ่งเพื่อให้คอมมิวนิสต์ไม่มีที่หลบซ่อนตั้งฐานได้ง่ายๆ อีกต่อไป

บ้านบัว อำเภอกุดบาก ถือเป็นเขตสีชมพู รอยต่อกับสีแดง ชาวบ้านทำมาหากินด้วยการทำไร่ทำสวนทำนาและหาของป่า ไม่นานวิถีแห่งการพัฒนายุคใหม่ก็เข้าไป ไม่กี่ปีชาวบ้านก็เป็นหนี้เป็นสิน ยากจนลง หลายคนออกจากบ้านไปรับจ้างในเมือง

สยามรัฐรายวัน 15 ตุลาคม 2557

ตั้งแต่ระยะแรกๆ ของรัฐประหาร 22 พฤษภาคม มีคนเสนอให้ คสช. ตั้งสภาพลเมืองในทุกจังหวัด เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูป ระยะหลังมีการเสนอให้ตั้งสภาพลเมืองเพื่อปลอบใจคนอกหักไม่ได้เป็น สปช. เพื่อให้มีส่วนร่วมในการปฏิรูป ไม่ได้เข้าวงในก็ให้อยู่วงนอกประมาณนั้น

                บทเรียนบนเส้นทางประชาธิปไตยของสังคมไทยหลายสิบปีที่ผ่านมา ถ้าสรุปแบบเรียบง่ายจนอาจจะง่ายเกินไปก็ คือ เป็นการต่อสู้ระหว่างการผูกขาดอำนาจ สวิงไปมาระหว่างอำนาจทหารกับพลเรือน ซึ่งก็ผูกขาดทุกรัฐบาล ก็ยังสงสัยว่า รัฐบาลนี้จะมีอะไรที่แตกต่างหรือไม่เพียงใด

                สังคมไทยเต็มไปด้วย “สภา” สารพัดชนิด ที่ยังไม่มีก็คือสภาประชาชนที่เข้มแข็ง เพราะถ้าเข้มแข็งมากพอ สังคมไทยคงไม่มีการผูกขาดอำนาจได้อย่างง่ายดายต่อเนื่องยาวนานอย่างที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำ การเอารัดเอาเปรียบ การโกงกินคงไม่มากมายอะไรขนาดนี้

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 10 ตุลาคม 2557

เครื่องมือการวิเคราะห์สังคมของมาร์กซ์สามารถนำมาใช้ได้ดีไม่น้อยเพื่อทำความเข้าใจกับสภาพปัญหาของสังคมไม่ว่าในประเทศที่ใช้ระบอบการเมืองแบบไหน สังคมนิยมหรือเสรีนิยม

                มาร์กซ์มองเห็นการเอารัดเอาเปรียบ การกดขี่แรงงาน คนจน โดยนายทุน เขามองประวัติศาสตร์เป็นการต่อสู้ทางชนชั้น นายทุนเองก็มีวิธีการที่แยบยลและมีประสิทธิภาพในการครอบงำและเอาเปรียบ ถ้าหากแรงงานไม่เรียนรู้ ไม่วิเคราะห์สถานการณ์ก็จะไม่รู้เท่ากับการกดขี่ดังกล่าว

                เปาโล แฟรร์ นักการศึกษาและนักพัฒนาชาวบราซิลก็ใช้วิธีวิเคราะห์แบบมาร์กซิสต์ แต่ก็ไม่ได้นำไปสู่การต่อต้านต่อสู้โดยใช้กำลัง หากเป็นการจัดการศึกษาที่เป็นการปลุกจิตสำนึกของผู้คน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก “ข้างล่าง” จาก “ข้างใน” อย่างที่เนลสัน แมนเดลา บอกไว้ว่า “อาวุธที่ทรงพลังที่สุดเพื่อการเปลี่ยนโลก คือ การศึกษา”

Page 1 of 40