phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรัรายวัน 27 เมษายน 2559

กว่าร้อยละ 60 ของประเทศอิสราแอลเป็นทะเลทราย แต่พื้นที่ดังกล่าวลดลงไปมาก เพราะประเทศนี้เปลี่ยนทะเลทรายเป็นป่า เป็นสวน ผลิตข้าวปลาอาหารส่งออกไปเลี้ยงคนประเทศอื่นได้ ขณะที่ประเทศไทยมีป่ากว่าร้อยละ 60 เมื่อ 2504 วันนี้มีป่าจริงๆ ไม่ถึงร้อยละ 20

                คนมีความรู้เปลี่ยนทะเลทรายให้เป็นป่า คนไม่มีความรู้เปลี่ยนป่าเป็นทะเลทราย “ความรู้แพง แต่ความไม่รู้แพงกว่า” “ความจำเป็นสร้างนวัตกรรม” ไม่ได้เกิดขึ้นทุกประเทศถ้าไม่มีการเรียนรู้

                ฝนตกในอิสราแอลเฉลี่ยประมาณ 500 มม.ต่อปี แต่ประเทศนี้ส่งออกน้ำจืดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยฝนตกเฉลี่ยปีละ 1,572 มม. แต่ประเทศนี้น้ำท่วม ฝนแล้งทุกปี การเกษตรเสียหาย ชาวไร่ชาวนายากจน ต้องอพยพไปรับจ้างในเมือง หรือไปรับจ้างทำการเกษตร ปลูกพืชผัก เก็บผลไม้กลางทะเลทรายที่ประเทศอิสราแอล

                ประเทศเยอรมนีมีแดดน้อยกว่าไทยสามเท่า แต่ผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ พลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมดได้เพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคเหนือและภาคอีสานของไทย  และมีเป้าหมายว่าภายในปี 2050 จะผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้กว่าร้อยละ 80 ขณะที่พรรคกรีนบอกว่า จะผลิตได้ 100% แปลว่าจะไม่ต้องพึ่งพลังงานนิวเคลียร์ ถ่านหิน หรือก๊าซอีกต่อไป

                ประเทศเยอรมนีมียุทธศาสตร์พลังงานมากว่า 20 ปี กำหนดแผนชัดเจนว่าจะทำอย่างไรในช่วงเปลี่ยนผ่าน และประเทศนี้ก็ทำได้เร็วกว่าเป้าหมายที่ OECD ได้กำหนดและวางแผนไว้เสียอีก วันนี้ คนเยอรมันกว่า 20 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ใช้พลังงานไม่รู้หมด 100% (renewable energy)

                เมื่อปี 2516-2517 เกิดวิกฤติน้ำมันครั้งใหญ่ในโลก เนเธอร์แลนด์ถือโอกาสนั้นส่งเสริมการเดินทางด้วยจักรยาน ทำให้ประเทศนี้มีคนขี่จักรยานทั้งในเมืองและในชนบทเต็มไปหมดจนถึงทุกวันนี้ บางเมืองมีการใช้จักรยานในการเดินทางถึงร้อยละ 60 อย่างที่โกรนิงเก็น หรือร้อยละ 40 ที่อัมสเตอร์ดัม เพราะรัฐบาลเห็นความสำคัญและจัดโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสม

                วิกฤติภาวะโลกร้อน ผู้น้ำประเทศประชุมกันที่ปารีสเมื่อปีกลายประกาศมาตรการแก้ปัญหา ลดอุณหภูมิ ลดมลพิษ ซึ่งเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่มาตรการเดิมๆ ที่ให้มีการควบคุมมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่เป็นเพราะโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้ยานยนต์ยุคใหม่ที่จะไม่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอีกต่อไป

                ภายในสองสามปีนี้ รถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อนเต็มอัตราจะเข้าสู่ตลาดใหญ่ ไม่ใช่มีแต่ Tesla หรือ GM ของอเมริกัน แต่ทุกยี่ห้อทั่วโลกก็แข่งขันกันผลิตรถไฟฟ้า และรถขับเองกันทั้งนั้น จนคนในวงการนี้กล้าฟันธงว่า ภายในปี 2030 รถทุกคันที่ออกใหม่ ไม่ว่าประเภทไหน ยี่ห้อไหน จะใช้ไฟฟ้าหมด

                ทุกวันนี้ น้ำมันดิบประมาณครึ่งหนึ่งกลั่นเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ซึ่งกว่าร้อยละ 95 ใช้น้ำมันในการขับเคลื่อน  แค่นี้ก็พอนึกออกว่า เมื่อรถยนตร์ทุกคันไม่ใช้น้ำมัน แต่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้นขนาดไหน บวกกับการผลิตกระแสไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ก็จะน้อยลง พลังงานแสดงอาทิตย์ พลังงานไม่รู้จบจะเป็นพลังงานหลักสำหรับครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม

                โลกเปลี่ยนไปแล้ว กำลังกลับไปหาธรรมชาติ คืนสู่สามัญ สู่ความเรียบง่าย ซึ่งค่าใช้จ่ายก็น้อยลง ผลกระทบก็น้อยกว่า คนจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมากขึ้น แต่ก็ต้องสู้กับการครอบงำของอำนาจทุนนิยมที่มีผลประโยชน์มหาศาล และทำทุกอย่างเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ยังอยู่ต่อไป อย่างกรณีน้ำมัน การสัมปทาน การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทางภาคใต้ การทำเหมืองโปแตสทางภาคอีสาน ทั้งๆ ที่โลกกำลังกลับไปเป็น “โลกอินทรีย์” แต่มีคนที่ย้อนยุค รวมทั้งการขุดแร่ทองคำและอื่นๆ ที่เป็นปัญหา

                มีการตั้งข้อสังเกตว่า “ประชารัฐ” มีคณะกรรมการ 12 คณะ เป็นเอกชนถึงร้อยละ 73 ภาคประชาชนเพียงร้อยละ 5 จะไม่มีการผนึกพลังสร้างโอกาสคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายหรือ รัฐเรียกร้องให้ไว้วางใจ แต่ประชาชนก็มีเหตุผลที่จะสงสัยในธรรมาภิบาลเช่นกัน และต้องถามกลับว่า รัฐเองไว้วางใจชุมชนหรือไม่แค่ไหน เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญเหมือนกับทำกับภาคธุรกิจเลย

                ทางออกของการแก้ปัญหาน้ำท่วมฝนแล้งมี เพียงแต่ไม่ใช่ทางออกที่ข้าราชการมักเสนอ ที่อยากให้สร้างแต่เขื่อน ชาวบ้านได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ฝายมีชีวิต” แก้ปัญหาได้ ไม่ใช่เพียงแต่ในบางพื้นที่ แต่เชื่อว่าทำได้ทั้งประเทศ ปรับให้เข้ากับภูมิสังคม ทำได้สัก 50,000 แห่งก็น่าจะแก้ปัญหาได้เกือบหมด ลงทุนเพียงฝายละ 200,000 บาท รวมแล้ว 10,000 ล้านบาท  งบนี้สร้างรถไฟความเร็วสูงได้แค่สิบกว่า ก.ม.

                บ้านลิ่มทอง ต.หนองโบสถ์  อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์  เคยประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากมากว่า 40 ปี พื้นที่การเกษตรกว่า 3,700 ไร่ ไม่มีแหล่งน้ำ ชาวบ้านช่วยกันหาทางออก ได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิอุทกศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) สำรวจแหล่งน้ำและเส้นทางน้ำหลาก โดยใช้แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม เครื่องระบุพิกัด GPS

   ปี 2549 จึงแก้ปัญหา ขุดคลอง ดักน้ำ เก็บน้ำในแก้มลิง ขุดสระในพื้นที่ของตนเองด้วย ถนนทรุดโทรมก็ทำให้กลายเป็นคลองส่งน้ำไปยังแก้มลิงและสระน้ำ ผู้นำชุมชนบอกว่า

  “สิบกว่าปีมานี่ ชาวบ้าน 2,221 ครัวเรือน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ำแล้งเลย จากพื้นที่รับประโยชน์ 3,700 ไร่ สามารถขยายผลสู่เครือข่ายทำงานร่วมกัน 42 หมู่บ้าน 5 ตำบล พื้นที่ 173,904 ไร่ มีคลองดักน้ำหลากและคลองซอย ระยะทางรวมกว่า 47.7 กม. มีสระน้ำ แก้มลิง 61 สระ สระประจำไร่นาอีกกว่า 50 สระ ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มจากเดิมครัวเรือนละราว 40,000 บาทต่อปี กลายเป็นปีละกว่า 200,000 บาท”

            ถ้าประชารัฐแปลว่า รัฐกับประชาชนเป็น “หุ้นส่วนเสมอกัน” (equal partnership) ไม่เพียงแต่รัฐบาลกับภาคธุรกิจ แต่รวมชุมชนคนรากหญ้าในการกำหนดนโยบายและการปฏิบัติ ปัญหาบ้านเมืองน่าจะแก้ได้ ไม่ว่าในภัยแล้ง น้ำท่วม หรือปัญหาพลังงาน

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 22 เมษายน 2559

บูรณาการ (integration)

            ตามรากศัพท์ คำว่า บูรณะ แปลว่าทำให้เต็ม ทำให้สมบูรณ์ การทำให้สิ่งที่ขาดอยู่ให้สมบูรณ์ การนำหน่วยย่อยต่างๆ ที่สัมพันธ์อิงอาศัยกันผสานกันเข้าอย่างกลมกลืน สมดุล ลงตัว สามารถดำรงอยู่และดำเนินไปได้ในภาวะที่เป็นองค์รวมหนึ่งเดียวที่ครบถ้วนสมบูรณ์

            บูรณาการหรือกระบวนการทำให้สมบูรณ์มักเกี่ยวกับการพัฒนา การศึกษา สาธารณสุข เพื่อตอบสนองชีวิต ตอบสนองชุมชน และสังคมซึ่งเป็นองค์รวมที่แบ่งแยกมิได้  การเอาชีวิต เอาคน เอาชุมชนและความเป็นจริงเป็นเป้าหมายหรือเป็นตัวตั้งจึงต้องหาวิธีการที่ตอบสนองแบบบูรณาการ จึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริงนั้น

            บูรณาการเป็นกระบวนการที่รอบด้าน ไม่ใช่แต่เพียงด้านหนึ่งด้านเดียวโดยแยกออกจากความเป็นจริงทั้งหมด เช่น การศึกษาแบบบูรณาการตอบสนองพัฒนาการของคนอย่างรอบด้าน ทั้งทางกาย ทางสังคม ทางอารมณ์ ทางปัญญา  สุขภาพดีไม่ใช่แค่การไม่มีโรค แต่หมายถึงสุขภาวะทางกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ

            ด้วยกระบวนทัศน์แบบบูรณาการทำให้เกิดการจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ซึ่งเอานักเรียนหรือผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เอาชีวิตของเขาเป็นเป้าหมาย ให้เขาได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เอาวิชาของครู เอาประเด็นเรื่องเฉพาะเป็นตัวตั้งแล้วสั่งให้เด็กท่องจำ

  แม้ว่ายังมีการเลือกประเด็นมาเรียนมาสอน แต่การเรียนเรื่องข้าว ไม่ได้เรียนแบบแยกส่วนที่เน้นแต่เพียงด้านหนึ่งด้านเดียว แต่ “รอบด้าน” เหมือนชีวิตที่ “รอบด้าน”  ข้าวในด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ ข้าวเกี่ยวกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญา เกี่ยวกับเศรษฐกิจ พืชเศรษฐกิจที่ส่งออก เป็นศาสตร์และศิลป์ของการดำเนินชีวิตของบรรพบุรุษของไทย ข้าวแปรรูปได้ร้อยกว่าชนิด เป็นอาหาร เป็นขนม ที่มีส่วนสำคัญในพิธีกรรมและวิถีของชุมชน ข้าวเป็น “แม่โพสพ” ที่ให้ชีวิตแก่ผู้คน

สยามรัฐรายวัน 20 เมษายน 2559

น้องภูมิ” เด็กชายวัย 10 ขวบ กำลังกลายเป็น “ปรากฎการณ์” ทางสังคม หลังจากที่เด็กขาพิการคนนี้ร้องเพลงในเวที “ไมค์ทองคำเด็ก” ทางช่องเวิร์คพอยท์ เพียง 1 สัปดาห์มีคนคนเข้าไปดูในยูทูบเกือบ 3 ล้านครั้ง นอกจากน้องจะร้องเพลงเก่ง กรรมการและผู้กำกับรายการก็เก่ง แม้จะดราม่าไปบ้างก็พอทนได้

    รายการประกวดร้องเพลงมีมากมาย ทำให้ใครก็ได้ที่ร้องเพลงเป็นเข้าแข่งขันได้ ทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ ทุกสถานะ โดยพาะคนที่ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจสังคมต่างก็ฝันว่า จะแก้ปัญหาความขาดแคลนให้ครอบครัวได้ แม้ไม่ชนะ แต่ได้ออกทีวี มีคนรู้จัก ได้รับการยอมรับ

     พัฒนาการดนตรีในประเทศไทยเกิดขึ้นส่วนใหญ่ด้วยการส่งเสริมและการริเริ่มของภาคเอกชน ภาคประชาชน แม้แต่ดนตรีไทยเองที่กลับฟื้นคืนชีพและเป็นที่นิยมเล่นกันวันนี้ ส่วนสำคัญน่าจะด้วยพระบารมีของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

      นอกจากสื่อและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ช่วยให้ดนตรีและการร้องเพลงแพร่หลาย ก็มีคนไทยอย่าง ดร.สุกรี เจริญสุข ที่คิดนอกกรอบ แม้ตัวเองจะอยู่ในระบบราชการ กล้าหาญทำดนตรีผสานระหว่างการสอนในสถาบัน ในโรงเรียน กับที่ศูนย์การค้า หางบประมาณเองเพื่อพัฒนาดนตรีทั้งไทย ท้องถิ่น และสากล และมีคนอย่างคุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ซึ่งได้ริเริ่มก่อตั้งวงออร์เคสตร้าเยาวชนมาตั้งแต่ปี 2551 สมานความแตกแยกทางศาสนาวัฒนธรรม สังคมเศรษฐกิจด้วยดนตรีได้เป็นอย่างดี

Page 1 of 90