Black Ribbon

phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 21 มิถุนายน 2560

ลำไย ไหทองคำ โชคดีที่ได้คนระดับนายกรัฐมนตรีช่วยโปรโมต ดังอยู่แล้วเลยดังขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่เรื่องราวของเธอก็ไม่ได้แตกต่างไปจากนักร้องอีกหลายคนเท่าใดนัก ที่แต่งตัว ร้องเต้นบนเวทีวงดนตรีลูกทุ่ง หมอลำซิ่งในงานต่างๆ ซึ่งก็นุ่งห่มพอๆ กัน พูดจาตลกโปกฮาสองง่ามสามแง่เช่นเดียวกัน

                คำหลักของเรื่องทั้งหมดนี้อยู่ที่คำว่า “เพศ” ซึ่งเป็นเรื่อง “ต้องห้าม” ภาษาอีสานเรียกว่า “คะลำ”  ภาษามานุษยวิทยาที่ยืมมาจากฟิจิและตองก้าในหมู่เกาะทะเลใต้เรียกว่า “ตาบู” (taboo)

                เมื่อเป็นเรื่องต้องห้ามตามประเพณีก็ทำให้เกิดความเครียด เป็นความกดดันทางวัฒนธรรมที่ต้องหาทางออก ทางระบายออกมาทาง “ศิลปะ” พื้นบ้านที่สร้างความสุขสนุกสนานต่างๆ อย่างลิเก หมอลำ เพลงฉ่อย เพลงอีแซว หนังตะลุง จิตรกรรม สถาปัตยกรรม

      ในวัฒนธรรมอีสาน ผญาภาษิตผสานกับการเล่นคำประเภท “สอย” จึงมีเรื่องทางเพศมากมายที่ไม่ได้พูดตรงๆ ใช้ภาษาเปรียบเทียบและสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งมักจะปลุกเร้าอารมณ์ได้ดีนักเพราะให้พลังจินตนาการที่รุนแรง อย่างที่รู้สีกได้ในบทอัศจรรย์ฉากร่วมรักในวรรณคดีไทย เช่นในเสภาขุนช้างขุนแผนหรือพระอภัยมณี

      วัฒนธรรมไทยไม่ว่าภาคไหนสอนให้ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน รักนวลสงวนตัว ไม่เปิดเผยร่างกายที่ควรปกปิด เมื่อแต่งงานแล้วก็เปิดเผยได้มากขึ้น คุณแม่ยังสาวอาจเปิดนมให้ลูกกินในที่สาธารณะได้ คุณย่าคุณยายในหมู่บ้านก็อาจถอดเสื้อเห็นนมยานได้เมื่อนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านยามอากาศร้อนๆ

      แต่คนไทยก็ไม่ว่าอะไรที่มีการแต่งชุดบิกินีในการประกวดนางสาวไทย และก็ไม่ได้บอกให้ลบทิ้งภาพวาด “บทอัศจรรย์” ฉากการมีเพศสัมพันธ์บนผนังโบสถ์

                เมื่อสื่อฝรั่งลงข่าวว่า พัทยาเป็นเมืองบาป มีหญิงบริการอยู่ครึ่งแสน เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็รับไม่ได้ ออกมาปฏิเสธว่าไม่จริง เมื่อหลายสิบปีก่อนเมื่อคุณหมอประเวศ วะสีพูดว่า ประเทศไทยมีโสเภณีมากกว่าพระ คนก็หาว่าท่านไม่รักบ้านเมือง

                ประเทศไทยมีโรงน้ำชา อาบ อบ นวด ที่รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองว่าเป็นอะไร รวมทั้งนวดแผนโบราณ แผนไทยทั้งหลายที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด หลายแห่งก็กลายพันธุ์เป็นสถานบริการทางเพศไปด้วย

                หลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานหนักเพื่อแก้ภาพลักษณ์ของ “การค้ามนุษย์” ที่มาพร้อมกับการค้าประเวณีโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 18 ที่ทำกันมานาน และฝังลึกอยู่ในประเพณีต้อนรับขับสู้ “ผู้ใหญ่” ด้วยการ “เลี้ยงดูปูเสื่อ” เพิ่งมาดังเอาไม่นานมานี้เองเมื่อมีการ “ม้วนเสื่อ” ขึ้น

                การแสดงออกของลำไย ไหทองคำและน้กร้องลูกทุ่งอีกบางคนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งกาย ท่าร้องท่าเต้นที่ “เย้ายวนทางเพศ” สะท้อนสังคมสองหน้าของไทยในเรื่องเพศ เป็นสังคมปากว่าตาขยิบ สังคมเสแสร้ง ที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า hypocrite

                จริงๆ แล้ว สิ่งที่นักร้องเหล่านี้แสดงออกเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียว น้อยกว่าที่เด็กเยาวชน คนหนุ่มคนสาวรวมทั้งผู้ใหญ่จะหาดูได้ในเน็ต ซึ่งมีเวปเรื่องเพศอยู่เป็นแสนเป็นล้าน มีทั้งแบบโรแมนติกไปจนถึงแบบดุเดือดเลือดพล่าน ร้อนแรงด้วยเพลงรักร้อยท่าที่ไม่ปิดบังอะไรเลย ดูฟรีอีกต่างหาก

                โลกวันนี้ได้ตี “ตาบู” แตกไปนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่ลงตัวว่า อะไรแสดงออกได้และยังไม่ได้ในที่สาธารณะ ยังมีคนที่ยึดประเพณีวัฒนธรรมอย่างเคร่งครัด และตั้งตนเป็นมาตรวัดศีลธรรมให้สังคม

                เรื่องสังคมสองหน้าหรือความเป็น hypocrite ไม่ได้มีแต่เฉพาะเรื่องเพศ เรื่องทาง “ศีลธรรม” อื่นๆ ก็มีมาพร้อมกัน อย่างเรื่องความรุนแรงในสังคมไทยที่อ้างว่าเป็นสังคมรักสันติ เป็นเมืองพุทธ แต่ก็มีความรุนแรง มีการฆ่ากันตายในทุกรูปแบบสูงมาก รวมทั้งการทำแท้งปีละกว่า 300,000 คน

                ไทยเป็นประเทศที่คนตายด้วยอุบัติเหตุบนถนนสูงสุดในเอเชียและอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งสะท้อนอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะวินัยจราจร ซึ่งมาจากการขาดวินัยชีวิต ไม่เคารพสิทธิผู้อื่น

                ไทยอยู่ในอันดับต้นๆ ของอาเซียนและเอเชียที่มีคอร์รัปชั่นมากที่สุด ความโปร่งใสได้อันดับที่ 101 จาก 176 ประเทศ ได้คะแนนเพียง 35 ใน 100 ขณะที่สิงคโปร์มีคะแนน 84 อยู่อันดับที่ 7  อย่างเรื่องการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจ สังคมทั่วไปรู้กันหมด ยกเว้นผู้บริหารบ้านเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง

                ประเทศไทยมีบ่อนการพนันไม่เป็นทางการมากมาย เล่นกันทุกรูปแบบทั้งที่ลับที่แจ้ง รมทั้งไปเล่นต่างประเทศทั้งใกล้และไกล ขนเงินออกไปไม่ทราบเท่าไร ไม่ยอมให้เปิดบ่อนการพนัน ด้วยเหตุผลทาง “ศีลธรรม” เช่นเดียวกับการไม่ยอมให้มีการค้าประเพณีแบบ “ถูกกฎหมาย”

                บ้านเมืองนี้มีลักษณะสังคมสองหน้า มือถือสากปากถือศีล ข้าราชการทำงานส่งเสริมศาสนายังโกงเงินวัดเงินแผ่นดิน ประณามลำไย ไหทองคำ ว่ากันที่ปลายเหตุ ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะไม่ใส่ใจต้นเหตุ ที่ลึกกว่า ซับซ้อนกว่า สังคมไทยจะพัฒนาได้ดีกว่านี้ถ้าหาก “ถอดหน้ากากผู้ดี” ที่สวมอยู่นี้ออก

Wednesday, 14 June 2017 15:35

คำที่ควรเลิก

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐรายวัน 14 มิถุนายน 2560

สังคมไทยชอบใช้คำว่า “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ถ้าไปดูประเทศพัฒนาอื่นๆ จะพบคำนี้น้อยมากหรือแทบจะไม่ใช้กันเลย เขารู้ว่าสิทธิและหน้าที่ของประชาชนคืออะไร ขณะที่ประเทศไทยคนมีอำนาจ “มีสิทธิ” และประชาชนคนทั่วไป “มีหน้าที่”

                คนมีสิทธิก็ออกฏหมาย กฎระเบียบต่างๆ ทำแผนงาน โครงการ และให้ “ประชาชนมีส่วนร่วม” ให้มีส่วนร่วมด้วย “การทำประชาคม” โดยระดมคนมาประชุมกันสักชั่วโมงแล้วยกมือเห็นด้วยไม่เห็นด้วย หรือทำประชาพิจารณ์แบบจัดตั้ง แบบหลอกๆ ในหลายกรณี (แล้วอธิบายด้วยทฤษฎีมีส่วนร่วมน่าเชื่อถือว่า ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ ร่วมรับผลประโยชน์ บลา บลา บลา )

                เป็นเวลานานมากแล้วที่เราใช้คำว่า “คืนอำนาจให้ประชาชน” จนเบื่อที่จะพูด เพราะถูกบิดเบือนให้กลายเป็นคำอธิบายประชาธิปไตยที่หมายถึงแต่เพียงการไปเลือกตั้ง แต่ 30 กว่าปีก่อนเริ่มมีการขยายความว่า “คืนการศึกษาให้ประชาชน” “คืนสุขภาพให้ประชาชน” “คืนการพัฒนาให้ประชาชน”

                ด้วยแนวคิดที่ว่า อำนาจเป็นของประชาชน แต่มีคนเอาอำนาจนี้ไป อ้างว่าได้รับการมอบอำนาจนี้จากประชาชน (หรือยึดมาเองอ้างว่าสถานการณ์บังคับ) จึงคิดและทำทุกอย่างแทนประชาชนและเรียกร้องให้ “ประชาชนมีส่วนร่วม”

                ประเทศไทยจึงมีกฎหมายนับหมื่นฉบับที่ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วม วันดีคืนดีก็มีกฎหมายออกบังคับตนเอง โดยเฉพาะบรรดากฎกระทรวงต่างๆ ที่อ้างว่าออกตามกฎหมายแม่ที่ผ่านสภาแล้ว ถึงไม่แปลกที่ข้าราชการยังคิดว่าตนเองเป็น “เจ้าคนนายคน” เพราะมีอำนาจในการออกกฎหมายและใช้กฎหมายที่ตนเองเป็นคนออกเอง

                อย่างเรื่อง “หมู” ที่ไม่หมูในกรณี “หมูเมืองตรัง” ที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์จุดขายของจังหวัดนี้ที่รัฐออกกฎหมายเรื่อง “โรงฆ่าสัตว์” ที่ต้องกระทำที่โรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งการทำให้หมูย่างเมืองตรังอร่อยเขามีกระบวนการทางภูมิปัญญาเก่าแก่ที่ต้องทำเองทุกขั้นตอน เอาไปให้โรงฆ่าสัตว์จัดการฆ่าให้ก็ไม่มีทางทำให้ได้หมูย่างเมืองตรังแบบดั้งเดิมได้

                ขณะที่รัฐบาลนี้พยายามปฏิรูปบ้านเมือง รีบเร่งออกกฎหมาย รวมทั้งการใช้ม.44 ยิ่งชัดเจนว่า อำนาจไม่ใช่เป็นของปวงชนชาวไทย แต่เป็นของรัฐ ที่สร้างกลไกขึ้นมาเพื่อทำให้อำนาจรัฐเข้มแข็งกว่าเดิม ไม่ใช่ สังคมเข้มแข็ง ไม่ต้องพูดถึงชุมชน เพราะถูกมองข้ามไปหมด

                เพราะถ้ามองเห็นหัวของประชาชนจริงๆ รัฐต้องกล้าปรับทัศนคติของตนยอมรับความหลากหลายของสังคม ของชุมชน และวิถีชีวิตของประชาชน ที่มี “ภูมิสังคม” ที่แตกต่างกัน ด้วยการรับฟังความคิดเห็น ยอมรับศักยภาพของท้องถิ่นในการเป็นพลังสำคัญในการปฏิรูปบ้านเมือง

                ไม่ใช่คิดจากโหมดหรือจากมุมของ “การมีส่วนร่วม” แต่จากมุมของ “สิทธิของพลเมือง” ของสังคม ของชุมชนที่จะมีส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบาย การออกกฎหมาย เพราะนั่นหมายถึงการยอม “คืนอำนาจให้ประชาชน” เพราะเชื่อว่า “อำนาจเป็นของปวงชน”

                ในกรณีหมูเมืองตรังและอีกหลายกรณี ด้านหนึ่งก็อยากส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ก็กลับ “ตัดสูทไซส์เดียวให้คนใส่เหมือนกันทั่วประเทศ” พอๆ กับตัดรองเท้าเบอร์เดียวบังคับให้ทุกคนใส่ ใส่ได้ใส่ไม่ได้ก็ต้องใส่ เขาทำมาให้อย่างนี้ ใส่ไม่ได้ก็ให้ตัดเท้าให้เข้ากับเกือก

                ประเทศด้อยพัฒนาที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำตัวเป็นคนรู้เรื่องท้องถิ่นดีกว่าคนท้องถิ่น ออกกฎระเบียบบงคับคนท้องถิ่นให้เป็นไปตาม “มาตรฐาน” ที่ตนเองคิดขึ้นมา สุดท้ายก็ไปทำลายภูมิปัญญาและศักยภาพของท้องถิ่นไป ดังกรณี “เหล้า” พื้นบ้านของไทยที่ถูกทำลายไป มอบสัมปทานแบบผูกขาดให้นายทุนไปผลิตเหล้าให้ชาวประชาดื่มกันทั้งประเทศไม่กี่ยี่ห้อ ทั้งๆ ที่ควรจะมีสักหลายพันยี่ห้อ เป็นพลังทางเศรษฐกิจให้ท้องถิ่นและประเทศชาติ

                ประเทศมหาอำนาจที่ไปรุกรานคนพื้นเมืองที่อเมริกา แคนาดา เดนมาร์ก ออสเตรเลีย ที่เคยครอบงำทำลายวัฒนธรรมวิถีคนพื้นเมืองที่มีถิ่นฐานดั้งเดิม ล้างสมอง ถอนทำลายรากเหง้าของลูกหลานคนพื้นเมือง วันนี้ต่างก็ต้องทำการขอโทษคนเหล่านั้นกันเกือบทุกประเทศแล้ว สารภาพว่าได้กระทำผิดไป

                เดิมทีประเทศมหาอำนาจเหล่านี้อ้างว่าทำไปด้วยความหวังดี อยากให้คนพื้นเมืองกลายเป็นคนศิวิไลซ์ จึงให้การศึกษา ให้สถานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ลูกหลานของคนเหล่านี้ที่เติบโตในสังคมประชาธิปไตยวันนี้บอกว่า พวกเขาได้อะไรดีๆ หลายอย่าง แต่ไม่ได้สูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไป คือ อัตลักษณ์ที่มาจากรากเหง้าของตน ซึ่งถูกทำลาย ทำให้ไม่รู้ว่าคนเองเป็นใครมาจากไหน

                คงไม่ถึงขั้นต้องขอโทษ ขอเพียงผู้มีอำนาจในสังคมไทยยอมรับที่จะ “คืนอำนาจให้ประชาชน” จริงๆ ไม่ใช่ตั้งตนเป็นสรรพพัญญูรู้ทุกอย่าง แล้วให้ประชาชน “มีส่วนร่วม” คำที่ควรเลิกใช้ถ้ารักจะเป็นสังคมประชาธิปไตย

ทางอีศาน มิถุนายน 2560

ปี 2559 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวประมาณ 32 ล้านคน ว่ากันว่าไม่กี่ปีข้างหน้าน่าจะถึง 60 ล้านคน ขึ้นไปอยู่แถวๆ หน้าของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก

โลกเปลี่ยนไป ทำให้ “ใครๆ ก็บินได้” ข้อมูลข่าวสารมากมาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการเข้าถึงโดยมือถือ ทำให้ใครๆ ก็อยากเดินทางท่องเที่ยว คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศเมื่อปี 2559 ประมาณ 6-7 ล้านคน ใช้เงินไปเกือบ 200,000 ล้านบาท และท่องเที่ยวในประเทศเองอีกกว่า 10 ล้านคน

          เมื่อต้นปี ซีเอ็นเอ็นยกให้ภาคอีสานเป็น 1 ใน 17 สถานที่จากทั่วโลกที่น่าเที่ยวที่สุดในปี 2560 นี้ ยกให้ข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างเป็นอาหารที่น่าลองชิม

ไม่แปลกใจเท่าไรที่ต่างประเทศสนใจไปเที่ยวอีสานมากขึ้น เพราะแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกวันนี้เป็นการไปสัมผัสกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาที่สืบทอดถ่ายทอดกันมายาวนานทางโบราณวัตถุ สถาปัตยกรรมและจารีตประเพณีวิถีชุมชน ซึ่งอีสานมีทุกอย่างเหล่านี้

วันนี้การท่องเท่ยวไม่ได้จำกัดอยู่แต่ตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่สนใจธรรมชาติ วัฒนธรรม จึงมีท่องเที่ยวชนบท ท่องเที่ยวนิเวศ ท่องเที่ยวเกษตร และท่องเที่ยว “อิ่มใจอิ่มท้อง” ที่เน้นการไปชิมอาหารอร่อยของท้องถิ่นต่างๆ (Gastronomic Tourism, Culinary Tourism คำว่า gastro มาจากภาษากรีกแปลว่าท้อง culina ภาษาละตินแปลว่าครัว)

ภาคอีสานมีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงมาก อยู่ที่ว่าจะพัฒนาอย่างไรให้คนท้องถิ่นได้ประโยชน์มากที่สุด และได้ประโยชน์มากกว่าโทษ เพราะการท่องเที่ยวไม่ได้มีแต่ด้านดี มีผลกระทบต่อวิถีชิวตของชุมชนทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ถ้าตั้งรับไม่ดีมีโอกาสเสียมากกว่าได้

“ต้นทุนท้องถิ่นอีสาน” มีมากมายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ภูมิประเทศอีสานใครบอกว่าน่าเบื่อ ภูเขาสวยๆ อากาศเย็นๆ ก็มีที่เลย บ้านเรือน ชุมชนริมฝั่งโขงก็น่าเที่ยวชม ไม่ได้มีแต่เชียงคาน แต่เลาะจากเลยมาหนองคายไปบึงกาฬ ผ่านนครพนม มุกดาหารไปถึงอุบลราชานี เป็นเส้นทางเลียบชายแดนเลียบแม่น้ำที่มีเสน่ห์มาก

แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ที่บ้านเชียง ไดโนเสาร์ภูเวียงและกาฬสินธุ์ ประสาทหินขอมโบราณที่บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมาไปถึงสกลนครก็ยังเห็นร่องรอยชัดเจนของประวัติศาสตร์ หรือย้อนไปไกลถึงภาพวาดคนถ้ำที่ผาแต้ม โขงเจียม อุบลราชธานี

อีสานร่ำรวยด้วยวัฒนธรรมความเชื่อในศาสนา เกจิอาจารย์ พระสงฆ์องค์เจ้าที่ได้รับการเคารพนับถือกราบไหว้เป็นพระอรหันต์มีอยู่เป็นจำนวนมาก มีคนตั้งใจเดินทางไปสักการะอย่างน้อย 28 หลวงปู่หลวงพ่อสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ตั้งแต่บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลฯ สกลนคร อุดรฯ หนองบัวลำพู เลย ชัยภูมิ และไปกราบไหว้องค์อื่นๆ ทั้งที่มรณะภาพแล้วและยังมีชีวิตอยู่ในอีกหลายจังหวัด

อีสานน่าจะเป็นภาคที่ททท.นำเอาประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นมา “ขาย” เพื่อการท่องเที่ยวมากที่สุด ตั้งแต่แห่เทียนเข้าพรรษา ออกพรรษา บุญบั้งไฟไปจนถึงผีตาโขน ซึ่งได้วิพากษ์วิจารณ์ไปพอประมาณแล้ว

อีสานยังมีอะไรดีที่สำคัญมาก คือ ความเป็นอีสาน จิตใจของคนอีสาน ความเอื้ออาทร ความมีน้ำใจต่อคนต่างถิ่นแปลกหน้า การต้อนรับขับสู้ การบริการผู้คน และการแสดงออกที่เป็นมิตรและเป็นธรรมชาติ (มีนักสังคมวิเคราะห์ว่า ที่ฝรั่งชอบแต่งงานกับหญิงชาวอีสานแม้ผิวคล้ำตัวล่ำบึก เพราะเห็นว่าเป็นธรรมชาติ มีความจริงใจ และมีน้ำใจ)

การท่องเที่ยวชุมชนส่วนใหญ่ยังเป็นการไปกลับ ไม่ค้างคืน ยังเลือกที่จะค้างที่โรงแรมหรือรีสอร์ทในเมืองเพราะความไม่สะดวกและไม่พร้อมของชุมชน ไม่ว่าแบบโฮมสเตย์ พักในครอบครัว หรือพักรวมกัน ยกเว้นคนหนุ่มสาว นักศึกษา พวกแบกเป้ที่อยู่ไหนนอนไหน นอนวัด นอนโรงเรียนก็ได้

ถ้าเสน่ห์ของการท่องเที่ยวชุมชนอยู่ที่วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ทำอย่างไรให้มีการจัดการแบบธรรมชาติมากที่สุด ไม่ใช่จัดการเลียนแบบการท่องเที่ยวหมู่ที่ไปดูพิธีปลอมๆ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ชุมชนบางแห่งก็เลยตั้งแถวชาวบ้านและสาวสวยมาฟ้อนรำต้อนรับนักท่องเที่ยว และทำกิจกรรมต่างๆ จนกลายเป็นกลไก ไร้ชีวิตไปในที่สุด หมดเสน่ห์และอัตลักษณ์ของชุมชนไปเลย ทำไปเพียงเพื่อเงินเท่านั้น

นักท่องเที่ยวคงไม่ได้ต้องการการต้อนรับยิ่งใหญ่อลังการ แต่ต้องการเห็นวิถีชีวิตตามธรรมชาติ บางคนไม่เคยเห็นวัว ไม่เคยเห็นควาย ไม่เคยเห็นหมู เป็ด ไก่ ตัวเป็นๆ บางคนไม่เคยเห็นชาวบ้านว่าเขาอยู่กินกันอย่างไร บนบ้าน ใต้ถุนบ้านทำอะไรได้บ้าง อาจเคยเห็นแต่ในทีวี

นักท่องเที่ยวอยากเห็นว่า เวลาแม่บ้านทอผ้าด้วยกี่กระตุกทำอย่างไร เลี้ยงหม่อนเลี้ยงไหมทำอย่างไร ทอผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ทอเสื่อ ทอกก สานกระด้ง สานกระติบข้าวทำอย่างไร

บางคนอยากลองดูก็ให้เขาลอง เป็นประสบการณ์ชีวิตของคนเมือง คนต่างชาติ ส่วนใหญ่ไม่รู้จักต้นคราม ไม่เคยเห็นการทำคราม การย้อมคราม ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น นำผ้ามาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า ผ้าพันคอ ผ้าปูโต๊ะ และอื่นๆ ไปสกลนครก็จะได้สัมผัสกับครามแบบครบวงจร

ไปนาหว้า นครพนมจะเห็นการทอผ้าไหมที่สวยงามระดับห้าดาว และได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ไปสุรินทร์ก็มีผ้าไหมที่สีสันหลากหลาย ไปคำม่วง กาฬสินธุ์ก็ได้ประสบการณ์ของผ้าแพรวาอันลือชื่อ และดูเหมือนทุกจังหวัดมีผ้าฝ้ายผ้าไหมทอมือ ทำมือ มีชือเสียง บางอย่างรอการพัฒนาเพิ่มมูลค่า

อีสานสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนแบบครบวงจรได้ไม่ยาก เพียงขอให้คำนึงว่า นักท่องเที่ยวที่เราอยากเชิญชวนมาพักที่หมู่บ้านเป็นใคร ถ้าหากเป็นฝรั่งที่มาคนเดียว สองสามคน อยากอยู่สองสามวันหรือสองสามอาทิตย์ เราจะต้อนรับเขาอย่างไร และฝรั่งต่างชาติอยากไปเที่ยวอีสานกันมาก อยากสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนอีสานจริงๆ

การให้ฝรั่งนอนบนเรือนคงไม่สนุกเท่าไร เคยทำทัวร์ศึกษาให้ฝรั่ง พาไปหมู่บ้านหลายปีรู้ดีว่า พวกเขาลำบากใจมาก อยากได้บ้านเล็กๆ สักหลังอยู่ในบริเวณบ้านใหญ่ อยู่ปลายสวน ตื่นขึ้นมาเห็นทุ่งนา เห็นควายไถนา เห็นต้นกล้า เห็นต้นข้าวออกรวง จะเป็นภาพที่มีเสน่ห์และให้ความสุขใจไม่น้อย และถ้าหากพวกเขาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้บ้างก็ยิ่งดี เป็นประสบการณ์เล็กๆ

ให้เขามีห้องนอนที่เป็นส่วนตัว เรียบง่าย มีห้องน้ำสะอาดๆ ส่วนตัว บ้านยกพื้นนิดหนึ่ง ให้ลมโกรกและไม่ชื้น มีระเบียงที่ออกมานั่งชมสวนชมทุ่ง ชมวิถีชีวิตของชุมชน มีกาแฟ น้ำชา ขนมชาวบ้านมาบริการ

มีอาหารท้องถิ่นที่อธิบายให้ผู้มาพักฟังว่าเป็นอะไร ให้เขาเข้าครัวเพื่อดูว่าเราปรุงอาหารอย่างไร ให้มีส่วนร่วมด้วยบ้างก็ได้

เพื่อนชาวเยอรมันคนหนึ่งบอกว่า คุณรู้ไหมว่า ฝรั่งมาเมืองไทยฝันอยากทำอะไร เขาบอกว่า อยากกินอาหารเช้าใต้ต้นกล้วย เพราะคนเยอรมันเคยกินกล้วยแต่ไม่เคยเห็นต้นกล้วย และชอบมาก ถ้ามีต้นกล้วยอยู่ริมบ้านหลังน้อย ให้เขาได้รับประทานอาหารเช้า ผลไม้ตบท้ายก็ควรเป็นกล้วย ให้ได้ถ่ายรูปไปอวดเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง คงอิจฉาและอยากมาสัมผัสด้วยอย่างแน่นอน

ฝรั่งอยากเห็นต้นไม้ใหญ่ เคยพาอาจารย์ฝรั่งจากฮาร์วาร์ดคนหนึ่งไปหมู่บ้านที่อำเภอพร้าว ชี้ให้เขาเห็นต้นโพธิ์ใหญ่ เขายืนนิ่งด้วยความพิศวงและตื่นเต้นมาก บอกว่านี่หรือต้นโพธิ์ที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า เขาเคยอ่านแต่ไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่าใหญ่โตขนาดนี้ จากนั้นผ่านไปเห็นต้นสักชี้ให้ดู ก็ตื่นเต้นอีก เพราะเคยรู้จักแต่ไม้สักที่เขาทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ไม่เคยรู้ว่าต้นมันเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าใบมันจะใหญ่ขนาดนั้น

ฝรั่งมาหมู่บ้านไทยอยากไปวัด แต่ไม่ใช่ไปเดินๆ ดู แล้วก็กลับ อยากคุยกับพระกับเณร อยากรู้เรื่องชีวิตของท่านในวัดบ้าง อยากไปเยี่ยมโรงเรียน ได้คุยกับครู กับนักเรียน ได้เห็นว่าเรียนกันอย่างไร ให้เขาได้พูดในชั้นเรียนบ้างเล็กน้อยก็จะดี เด็กๆ จะได้สื่อสารกับฝรั่งบ้าง

นักท่องเที่ยวบางคนมีทักษะในบางเรื่องอาจจะอยากเป็นจิตอาสาช่วยเหลือชุมชนก็มี บางคนซ่อมน้ำประปาไฟฟ้าเป็น บางคนช่วยทาสีกำแพงวัดได้ บางคนช่วยปลูกป่า ปลูกต้นไม้ในสวน ในที่สาธารณะบางคนอยากปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึก ติดชื่อไว้ที่ต้น ให้เจ้าบ้านส่งภาพไปให้ดูเป็นระยะๆ ว่าต้นไม้นั้นโตเท่าไรแล้ว พวกเขามีความสุขที่ได้มีส่วนร่วมกับชีวิตจของชุมชน

การท่องเที่ยวแบบนี้ คนมาเที่ยวก็ได้พักผ่อน ได้เห็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ชุมชนอาจจัดการท่องเที่ยวเป็นเทศกาลก็ได้ หน้านาก็เชิญชวนคนมาทำนา ดำนา เกี่ยวข้าว หน้าเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษา และงานบุญประเพณีต่างๆ

ตกเย็นมาก็มีการละเล่นบ้าง แล้วแต่ผู้มาเยือนมีจำนวนมากน้อย อยากจัดเล็กจัดใหญ่ จะเอาฟ้อน เอาเซิ้ง เอาลำ เอาการแสดงดนตรีพื้นบ้าน ก็ให้เขารู้ว่าเราจัดเป็นพิเศษให้ได้ ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย เพียงแต่ทำอย่างไรไม่ให้กลายเป็นธุรกิจจนน่าเกลียด ทำลายเสน่ห์ความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน

ถ้าหากชอบพอกัน ไม่ว่ามากี่คนก็อาจจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพื่อผูกสัมผันธ์ ผูกขวัญผูกใจไม่ให้ลืม การทำบายศรีสู่ขวัญด้วยความจริงใจเป็นเรื่องที่ผู้มาเยือนจะประทับใจไปนานแสนนาน

ที่เห็นว่าน่าจะส่งเสริมให้โดดเด่นมากที่สุด คือ เรื่องอาหารท้องถิ่นอีสาน ซึ่งมีหลากหลาย รสชาติแซบถูกปากถูกใจไม่ว่าคนไทยคนต่างชาติ อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ก็รู้กันว่ามีอะไรบ้าง ทำอย่างไรให้สะอาดถูกสุขอนามัย ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ

อธิบายให้แขกฟังได้ว่า ผักแต่ละอย่าง อาหารแต่ละชนิดมีคุณค่าอะไรบ้าง แก่งหน่อไม้ใส่ใบหญ้านางคนเป็นโรคเก๊าท์ก็กินได้ แม้หน่อไม้จะมีกรดยูริกมากก็ตาม เพราะใบหญ้านาง “แก้” กรดได้ พวกลาบ ซุป อ่อม ปิ้ง ย่าง หมก หลาม ล้วนเป็นภูมิปัญญาที่อธิบายให้เห็นว่า คนอีสานแต่เดิมไม่กินมันไม่กินหวาน มากินกันตอนหลังๆ ที่เข้ายุคบริโภคนิยมนี่เอง จนเป็นเบาหวานเต็มบ้านเต็มเมือง รวมทั้งผงชูรสที่ขาดมิได้

อาหารอีสานดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงที่คนมองข้าม คือ พวกแมลงต่างๆ ที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเขียนในคอลัมน์ซอยสวนพลูสี่ห้าสิบปีที่แล้วว่า เป็นอาหารโปรตีนที่ดีมาก อาหารที่ชาญฉลาด วันนี้อาหารแมลงเริ่มได้รับการยอมรับทั่วโลก กระนั้น หลายคนก็อาจทำใจกินคั่วหรือแกงแมงกุดจี่จากขี้ควายไม่ได้ แต่กินคั่วจิ้งหรีด ตั๊กแตน แมงจีนูน และแมลงอื่นๆ ได้

อาหารอีสานรสชาติร้อนแรงและแซบคล้ายกับศิลปะวัฒนธรรม การร้องการรำ การเต้นของอีสาน มีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนต่างถิ่นต่างแดนบ้าง แต่ก็ยังรักษาอัตลักษณ์ไว้ ไม่ว่าส้มตำ ลาบ น้ำตก ต้มแซบ และมีร้านอาหารอีสานเต็มบ้านเต็มเมือง มีการนำขึ้นเหลาเข้าโรงแรมห้าดาวไปมากแล้ว

ภาพลักษณ์เดิมๆ ของคนอีสาน วัฒนธรรมอีสาน ได้รับการปรับเปลี่ยนจากพัฒนาการทางสังคม ดนตรี เพลงลูกทุ่งทำนองและสำเนียงอีสานผสมหมอลำ เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ศิลปะหัตถกรรม เครื่องจักสาน กำลังเปลี่ยนไปเพราะไม่ใช่เพียงเพื่อทำกินทำใช้เท่านั้น แต่เพื่อขาย เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว คนต่างถิ่นทีมาเยือน

เหมือนปลาร้าที่เคยมีภาพของความเหม็น วันนี้มีปลาร้าที่หมักได้ที่อย่างมีวิชาความรู้ ทำให้ลงตัว ถูกสุขอนามัย รสดี ไม่มีกลิ่นเหม็นเลย เป็นปลาร้าที่หอม เหมือนน้ำหมักชีวภาพที่ลงตัวก็จะหอม ลองไปชิมปลาร้าหนัง ปลาร้าปลาเนื้ออ่อนแถวแม่น้ำสงคราม ที่อำเภออากาศอำนวย สกลนคร อำเภอนาทม บ้านแพง ศรีสงคราม นครพนม นำมาทอด ใส่หอม พริก มะนาวคลุกข้าวร้อนๆ อร่อยจริงๆ และดีต่อสุขภาพ

นักท่องเที่ยวปรารถนาได้ลิ้มรสอาหารดีๆ ในท้องถิ่นที่ตนไปเยี่ยมเยือน และอยากได้อะไรที่เป็น “สูตรโบราณ” อีกด้วย เพราะรับประกันได้ว่าอร่อยแน่นอน

เสียดายว่ากฎหมายบ้านเราไม่เอื้อให้สืบทอดภูมิปัญญาเรื่องเหล้าขาวเหล้าเด็ด สาโทที่แต่ละท้องถิ่นมีสูตรเด็ดๆ ของตนเอง ปล่อยให้นายทุนผูกขาดและทำลายสมบัติอันล้ำค่าของท้องถิ่นและประเทศชาติ เหล้าไทยดีขนาดญี่ปุ่นยังเอาสาโทเราไปทำเป็นสาเก เอาเหล้าขาวเราไปทำอะวาโมริ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตามงานวิจัยของอาจารย์ชาวญี่ปุ่น คนไทยคนอีสานอยากกินเหล้าพื้นบ้านอร่อยจึงต้องข้ามไปกินกับอ้ายน้องลาว

อนาคตของอีสานจะน่าเที่ยว ไม่ใช่เพราะททท.โปรโมตแบบผิดๆ เพี้ยนๆ แบบไม่เข้าใจวัฒนธรรมชุมชน แต่เป็นเพราะชุมชนได้เรียนรู้ที่จะรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยตนเอง

นโยบายของรัฐบาลที่อยากนำคน 60 ล้านคนมาเที่ยวเมืองไทย หลายล้านคนจะไปหมู่บ้าน หมู่บ้านจะดีหรือเลว จะได้หรือเสีย อยู่ที่ชาวบ้าน

Page 1 of 116