phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 16 เมษายน 2557

สงกรานต์เป็นเทศกาลเริ่มต้นชีวิตใหม่ 12 เดือนผ่านไป 12 เดือนรอบใหม่เวียนมา คือ ปีใหม่ในโลกทัศน์ชีวทัศน์ของคนไทย ซึ่งเชื่อว่า แม้ตายไปแล้วก็จะได้เวียนกลับมาเกิดอีก การทำบุญทำดีวันนี้จึงมีความหมายเพื่อชาติหน้าด้วย ทัศนคติที่มีต่อชีวิตเป็นความเชื่อ ความศรัทธา ที่มีส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนทุกชาติทุกภาษาทุกเผ่าพันธุ์ในโลก เกิดมาแล้วทุกคนก็อยากมีชีวิตที่ดี มีความสุข และมีชีวิตที่ยืนยาว ไม่มีใครอยากตายเร็ว ยกเว้นคนที่หมดศรัทธาในชีวิต หรือหมดความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับปัญหา และความท้าทายใดๆ ที่เราสามารถกำหนดได้และกำหนดไม่ได้ ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้

     การกลับบ้านเพื่อฉลองสงกรานต์เป็นการไปสืบชะตา ต่ออายุ ขอแรงกายใจและพลังชีวิตจากผู้ที่ให้กำเนิดเลี้ยงดูเรามา ให้ความรู้ ดูแลรักษา คือ พ่อแม่ พระสงฆ์องค์เจ้า ผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ ไปเยี่ยมญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์อันดีที่อาจจะเจือจางห่างเหินเพราะวิถีชีวิตปัจจุบันทำให้ต่างคนต่างไปทำมาหากินคนละทิศคนละทาง

     คนปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยยืนยาวกว่าคนสมัยก่อน คงเป็นเพราะการแพทย์และสาธารณสุขได้พัฒนา มีการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุการณ์เสียชีวิต มีวัคซีน มียาปฏิชีวนะ ยาดีๆ มีการผ่าตัด มีเทคโนโลยีทันสมัยมากมายที่ "ต่ออายุŽ" คนได้

     บางกรณีก็มากเกินไปจนบางคนขอปฏิเสธที่จะ ยื้อความตายŽ แม้ว่าอยากต่ออายุก็ตาม ซึ่งในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยก็มีกฎหมายให้ "หยุดยื้อความตาย"Ž ได้ (ซึ่งไม่ได้แปลว่าให้ฆ่าตัวตายได้) แต่หมายความว่า โดยทางการแพทย์ คนไข้อยู่ในสภาพที่ไม่ตายก็เหมือนตายประมาณนั้น จึงไม่ควรยื้อความตายให้คนอยู่ต่อไปอย่างไร้คุณภาพ ซึ่งแตกต่างจาก "การุณฆาต"Ž (Euthanasia)

     การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพเป็นความใฝ่ฝันของทุกคน หลายคนอายุยืนยาวเกินร้อยปี อย่างที่มีการศึกษาคนเหล่านี้ในเกาะซาร์ดีเนีย อิตาลี กลางทะเลเมดิเตอเรเนียน ชาวญี่ปุ่นในเกาะโอกินาวา ที่อยู่ใต้สุดจนเกือบถึงไต้หวัน ชาวชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่งตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย และที่คอสตาริกา อเมริกากลาง

     หนังสือ "ขอบฟ้าแห่งอายุร้อยปี บทเรียนเพื่อชีวิตยืนยาว" จากคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดŽ (The Blue Zones) เขียนโดยแดน บุทเนอร์ แปลเป็นไทยและจัดพิมพ์โดยมูลนิธิโกมล คีมทอง เป็นหนังสือขายดีของนิวยอร์ค ไทมส์ เล่าเรื่องของคนอายุกว่าร้อยปีมากมายหลายคนอย่างน่าสนใจ

     ความจริงมีการศึกษาวิจัยเรื่องนี้กันมาก และมีข้อสรุปใกล้เคียงกันว่า คนมีอายุยืนยาวเพราะสาเหตุใด พันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องประมาณร้อยละ 25 ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการกินการอยู่มากกว่า รวมถึงลีลาชีวิต ซึ่งหนังสือเล่มนี้อ่านสนุกเพราะทำให้เรื่องราวเหล่านี้คือชีวิตจริงของหลายคนที่บุทเนอร์และทีมงานได้ไปศึกษา สัมภาษณ์ พบปะ สังเกตวิถีชีวิตของพวกเขาจนสามารถสรุปได้เพียงจากหน้าตาท่าทางตั้งแต่แรกพบว่า ทำไมคนเหล่านี้จึงอายุยืน

     อย่างเช่น คนอายุเกินร้อยปีส่วนใหญ่ที่ยังเดินได้ ไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องนั่งรถเข็น จะยังมีความกระปี้กระเปร่า ไม่ได้แสดงอาการของคนที่อ่อนแอ เมื่อยล้า เหมือนคนใกล้ตาย ตรงกันข้าม เป็นคนมีชีวิตชีวา ยิ้มแย้มแจ่มใส มองโลก มองชีวิตในแง่ดี มีอารมณ์ขัน เป็นคนมีหลักในการดำเนินชีวิต อยู่อย่างรู้คุณค่าและมีเป้าหมายตลอดมา

     บุทเนอร์ถามคุณยายคามาดะชาวโอกินาวา อายุ 102 ปี ว่า "อะไรคือความลับของการอยู่ถึง 102 ปี"Ž "ฉันเคยเป็นคนสวยมากŽ คามาดะตอบ ผมฉันยาวจนถึงเอว ฉันใช้เวลานานมากกว่าจะตระหนักว่าความงามต้องมาจากภายใน มันเกิดจากความไม่กังวลถึงปัญหาของตนเองมากเกินไป บางครั้ง วิธีดูแลตัวเองที่ดีที่สุด คือ ดูแลคนอื่นŽ"

    "มีอะไรอีกไหมครับ"Ž "กินผักที่คุณปลูกเอง มองโลกในแง่ดี มีเมตตาต่อคน และยิ้มแย้ม"Ž นายบุทเนอร์เขียนต่อไปในหนังสือของเขาว่า เขามองไปที่เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ บอกว่า เขาต้องใช้กระดาษถึง 500 หน้า เพื่ออธิบายสิ่งที่เธอกล่าวเพียง 3 ประโยค

    ข้อสรุปจากการไปพบคนอายุเกินร้อยปีทั่วโลก ทำให้บุทเนอร์สรุปว่า คนอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพนั้นมีบทเรียนที่เป็นปัจจัยสำคัญที่เหมือนกันอยู่หลายอย่าง ที่สำคัญ คือ การเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ หรือมีความกระตือรือร้น คนอายุยืนส่วนใหญ่เป็นคนชนบท ทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ ได้เดิน ได้เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา คนวันนี้ก็ต้องหาวิธีชดเชยบ้าง ไม่ใช่นั่งอยู่แต่หน้าคอมฯ ในห้องแอร์ ขึ้นลิฟท์ลงลิฟท์ ไม่เดิน ไม่ออกกำลังกาย ไม่ทำให้ชีวิตเคลื่อนไหว กินอาหารให้พอดี กินอย่างมีสติ ไม่กินเกินความต้องการของร่างกาย กินผักให้มาก ถั่ว ธัญพืช ถั่วเหลือง เต้าหู้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ลดการกินเนื้อสัตว์ลงให้เป็นเหมือน "เครื่องเคียง"Ž ไม่ใช่จานหลัก

     ลดความเร็วของชีวิตลง ไม่รีบเร่งร้อนรนจนความดันขึ้น เดินให้ช้าลงสักนิด กินให้ช้าลง ทำอะไรแบบปล่อยวางก็จะลดความเครียดของตัวเองและของคนรอบข้าง มีส่วนร่วมในกิจกรรมกับชุมชน ไม่อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเดียวดาย มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้คน ญาติพี่น้อง โดยเฉพาะครอบครัว

     พูดง่ายแต่ทำยาก ชาวเกาะซาร์ดีเนีย โอกินาวา และชุมชนต่างๆ ที่มีคนอายุยืนยาวเกินร้อยปีวันนี้เริ่มมีปัญหาเหมือนทั่วโลก บริโภคนิยมอาหารขยะเข้าไปถึงทุกครัวเรือน คนน้ำหนักมากเกินไป โรคภัยไข้เจ็บมีมากขึ้น จึงอยู่ที่ตัวเราว่าจะปรับตัว และกินอยู่อย่างไร แม้ไม่ถึงร้อยปี ก็ให้อยู่อย่างมีความสุข

สยามรัฐรายวัน 9 เมษายน 2557

หยุดยาวช่วงสงกรานต์ น่าจะอ่านหนังสือสักเล่ม ดูหนังสักสองสามเรื่อง ฟังเพลงเพราะๆ ทุกวัน ชีวิตจะได้สุนทรียะทางอารมณ์ ซึ่งก็คือส่วนสำคัญของความเป็นคนของเรา เป็นเวลาดีที่สุดที่เราได้อยู่กับตัวเอง การอ่านหนังสือ ดูหนังเหมือนดูละครแล้วสะท้อนดูตัวเอง ฟังเพลงแล้วได้นั่งคิดคำนึง

     สัปดาห์ที่แล้วได้เขียนเรื่องการอ่านหนังสือทำคนให้เป็นคน สัปดาห์นี้อยากเขียนเรื่องการดูหนังฟังเพลง คือ การเติมพลังให้ชีวิต พลังที่เราต้องการมากที่สุดอย่างหนึ่ง คือ พลังแห่งจินตนาการ ซึ่งไอน์สไตน์บอกว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" เพราะจินตนาการสร้างความรู้ และสร้างได้ไม่รู้จบ

     พลังจินตนาการทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดความรู้ใหม่ ซึ่งได้จากการอ่านหนังสือ ดูหนังดีๆ ซึ่งก็คือที่มาของพลังปัญญา (พลังปัญญา พลังจินตนาการ เป็นชื่อคอลัมน์ในผู้จัดการออนไลน์เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตอนที่ผมเขียนเกี่ยวกับหนังดีๆ ที่ต่อมาผู้จัดการได้รวมเล่มตั้งชื่อว่า อ่านชีวิตบนแผ่นฟิล์ม)

     ผมเขียนไว้ในวรรคแรกของบทความเกี่ยวกับหนัง The Deer Hunter ว่า "มีคนจำนวนมาก นอกจากจะร่ำรวยด้วยความฝัน ยังสามารถปรับความฝันให้เป็นจินตนาการ แปรจินตนาการให้เป็นหนังสือ เป็นหนัง เป็นละคร ที่สะท้อนชีวิตได้อย่างน่าพิศวง ไม่ว่าเรื่องราวที่ผูกขึ้นและนำเสนอจะจริงหรือไม่ก็ตาม แต่คงไม่มีใครปฏิเสธความเป็นจริงนั้น"

     การดูหนังดีๆ สักเรื่อง นอกจากจะได้ความสนุกสนานและสุนทรียรสหลากหลาย ยังได้ความรู้ได้ปัญญา อันมาจากจินตนาการของมนุษย์ในการสะท้อนชีวิต ความฝัน ความใฝ่ฝันลงไปบนแผ่นฟิล์ม

     ในคำนำสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ คุณวิทยา ร่ำรวย บรรณาธิการเขียนแนะนำหนังสือ "อ่านชีวิตบนแผ่นฟิล์ม" ตอนหนึ่งว่า "หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือวิจารณ์หนังดัง หรือหนังสือเล่าเรื่องหนังอย่างสาธยายตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ แต่เป็นการนำจินตนาการของหนังมาอธิบายถึงการค้นหาความหมายแห่งชีวิต สัญชาติญาณและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ตลอดจนปรากฏการณ์ที่เป็นผลสะท้อนจากสังคม" "ภาพเงาบนจอภาพยนตร์ล้วนเป็นจินตนาการที่รอการค้นหาความหมายจากผู้ชม เพียงแต่เราจะสัมผัสถึงได้มากน้อยแค่ไหน ย่อมแล้วแต่ภูมิหลัง ประสบการณ์ และพลังปัญญาในการไขว่คว้าพิจารณา ซึ่งจะทำให้เราได้สารัตถะจากการดูหนังมากกว่าความบันเทิงเพียงอย่างเดียว"

     หนังต่างๆ ที่ได้เขียนถึงล้วนเป็นหนังฝรั่ง ไม่ใช่เพราะหนังเอเชียหนังไทยไม่ดี แต่ตั้งใจจะเขียนถึงภายหลัง (ป่านนี้ยังไม่ได้ลงมือเลย) ส่วนใหญ่เป็นหนังฝรั่งอเมริกันและอิตาเลียน เพราะรู้จักคุ้นเคยมากกว่า และเป็นหนังที่หาดูได้ไม่ยาก

     ใครที่เคยดูหนังอย่าง Forest Gump ชายที่ดูซื่อบื้อ จริงๆ แล้วเขาเป็นที่รวมของจินตนาการคนในอุดมคติของชาวอเมริกันที่ฝันอยากเป็นอิสระจากแอกอันหนักของสังคมที่พวกเขาต้องแบก ต้องการสลัดจากพันธะทั้งปวง วันหนึ่งเราจึงเห็นฟอเรสต์ กัมป์สลัดเฝือกที่เขาใส่เพราะคิดว่าขาพิการออกไป และวิ่งราวลมพัด กลายเป็นนักฟุตบอลอเมริกัน เป็นนักวิ่งข้ามทวีปโดยไม่มีวัตถุประสงค์แอบแฝงใดๆ วิ่งเพราะอยากวิ่ง

     ฟอเรสต์ กัมป์เป็นคนในความฝันของมนุษย์ที่จินตนาการอยากมี อยากได้ อยากเป็น แต่จะมี จะได้ จะเป็น ถ้ารู้จักปล่อยวาง ไม่ยึดติด ฟอเรสต์ กัมป์เหมือนคนไม่มีอะไรเลย แต่มีทุกอย่าง เหมือนเป็นคนโง่ แต่ก็ฉลาดเอาตัวรอดได้ และร่ำรวยอีกต่างหาก แม่บอกว่ามีคนเขาบอกว่าลูกไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์ แม่ปลอบใจลูกว่า อย่าไปสนใจเลย โง่หรือฉลาดอยู่ที่การกระทำของเราต่างหาก

     ใครอยากดูความเลวร้ายของสงคราม และผลกระทบที่มีต่อมนุษยชาติ ต้องดูหนัง The Deer Hunter ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามเวียดนาม ไม่ได้เน้นการสู้รบ ยิงกันสนั่นจอ แต่แสดงให้เห็นว่า สงครามทำร้ายชีวิตจิตใจของผู้คน ครอบครัว ชุมชน และสังคมทั้งหมดอย่างไร

     กลับมาจากเวียดนามถ้าไม่บ้าก็สูญเสียความเชื่อมั่นในความเป็นคน ความสัมพันธ์กับผู้คนถูกทำลาย กลายเป็นคนไม่ไว้ใจใคร ไม่เชื่อในคุณค่าของความเป็นคนอีกต่อไป ขณะที่อีกคนหนึ่งไม่ยอมกลับอเมริกา หากินเล่นรัสเซียนรูแล็ตอยู่ในบาร์ที่ไซ่ง่อน แล้ววันหนึ่งก็โดนเข้าจริงๆ หนังเรื่องนี้อยากบอกว่า สงครามเป็นอะไรที่ไร้เหตุผล เป็นความบัดซบของมนุษย์ (human absurdity)

     ใครได้ดูซูซาน ซาเรนดอน แสดงเป็นแม่ชีที่ไปพูดคุยกับนักโทษประหาร (แสดงโดยฌอน เพนน์) คงไม่แปลกใจที่เธอได้รับรางวัลออสการ์ในปี 1996 แสดงนำในหนังเรื่อง Dead Man Walking

     "หนังเรื่องนี้พยายามสะท้อนให้เห็นสองด้านของความเป็นคน ด้านหนึ่งเลวร้ายเหมือนผีห่าซาตาน โหดเหี้ยมเหมือนสัตว์ป่าที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น เห็นผู้คนรอบข้างไม่ต่างจากวัตถุสิ่งของ มองผู้หญิงด้วยสัญชาติญาณดิบ แทะโลมแม้กระทั่งแม่ชีที่ไปให้ความช่วยเหลือ" "แต่อีกด้านหนึ่งก็เต็มไปด้วยความกลัว ความไม่มั่นคงปลอดภัย จิตใจที่อ่อนแอและเปราะบาง ต้องการความรักและความเข้าใจ เป็นปมด้อยและความกดดันอันมาจากพื้นฐานครอบครัวยากจน ขาดการศึกษา เพื่อนชั่ว สังคมเลว"

     ดูหนังเรื่อง A Beautiful Mind ชีวิตจริงของศาสตราจารย์รางวัลโนเบล ที่โชคดีได้รางวัลเพราะคิดสูตรได้ในขณะที่กึ่งดีกึ่งบ้าและไม่ถูกจับส่งโรงพยาบาลบ้า เพราะคนแยกไม่ออกระหว่างบ้ากับอัจฉริยะ แต่ท้ายที่สุด เขาก็มีความเป็นมนุษย์ที่สุดจะน่าทึ่ง โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่เขาแสดงสุนทรพจน์บนเวทีรับรางวัลโนเบล ที่เขายกย่องให้เกียรติภรรยาที่อยู่ดูแลเขาตลอดเวลาที่เขา "ป่วย"เขาบอกว่า ตลอดชีวิตเขาได้พยายามค้นหาสูตรทางคณิตศาสตร์ ตอนนี้เขาพบแล้วว่าสูตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ความรักต่างหาก

     ลองหาหนังดีๆ มาดู แล้วจะรู้ว่าชีวิตมีหลายแง่หลายมุมที่เรายังไม่รู้จัก เมื่อไรที่ได้หัวเราะหรือยิ้มออกมา หรือน้ำตาเริ่มซึมหรือไหลลงแก้ม นั่นคือสัญญาณที่ดี ว่าเรายังเป็นคนที่รับรู้คุณค่าของชีวิต

สยามรัฐรายวัน 2 เมษายน 2557

สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (28 มี.ค.-8 เม.ย. 2557) มาในช่วงอากาศร้อนอบอ้าว การเมืองระอุ พายุหน้านี้รุนแรงน่ากลัว มีเวลาก็น่าจะหลบความวุ่นวายทั้งหลายประดามี เข้าไปหาหนังสือดีๆ ที่มีให้เลือกเต็มศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติย์

     ถ้าไม่ใช่ในงานนี้ ที่ไหนก็ได้ เมื่อไรก็ได้ น่าจะหาโอกาสแวะเวียนไปตามร้านหนังสือเดือนละครั้งสองหน มีหนังสือออกใหม่วันละหลายร้อยปก คงจะมีสักเล่มสองเล่มที่เข้าตาเรา ซื้อหนังสือดีๆ เล่มหนึ่งนับว่าเป็นมงคลแก่ชีวิต เพราะหนังสือคือขุมทรัพย์อันประเสริฐทางปัญญา คุ้มค่าเงินเป็นอย่างยิ่ง

     อ่านหนังสือดีๆ สักเล่มอาจได้บางอย่างและหลายอย่างรวมกัน อย่างแรก อ่านเพื่อรู้ (read to know)ได้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ทำให้รู้อะไรต่ออะไรมากขึ้น อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ สารคดีท่องเที่ยว อาหารการกิน สุขภาพ เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม อะไรก็ได้ที่อยากรู้ ควรรู้ และต้องรู้

 

Page 1 of 26