phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 29 มิถุนายน 2559

บริษัทประชารัฐกำลังเริ่มต้น ผู้เกี่ยวข้องจากภาครัฐและเอกชนต่างก็ออกมาให้คำอธิบายเพื่อขจัดความระแวงว่า เป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจเอกชน “ฮุบ” ผลประโยชน์จากชุมชนได้ง่ายขึ้น ซึ่งคำอธิบายบางอย่างก็ฟังดูดี บางอย่างก็ไม่แน่ใจว่ามีความเข้าใจตรงกันในเรื่อง “วิสาหกิจเพื่อสังคม” หรือไม่

                เพราะวิสาหกิจเพื่อสังคมสามารถจัดสรรผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของกำไร และต้องนำผลกำไรไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ไปลงทุนในกิจการ หรือใช้เพื่อผลประโยชน์ของเกษตรกร ผู้ยากจน คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส หรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอื่น ๆ

                ถ้าหากบริษัทประชารัฐจะไม่แบ่งผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นเลย (อย่างที่ผู้เกี่ยวข้องอธิบาย) ก็ต้องบอกให้ชัดว่า จะทำเช่นนี้ไปตลอดไปหรือนานเท่าไร และรายละเอียดอื่นๆ เพื่อป้องกันการครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้นายทุน หรือผู้ถือหุ้นจากภาครัฐและเอกชนก็ควรทำให้ชัดเจน

                เป็นเรื่องดีที่คัดเลือกเอา 350 วิสาหกิจชุมชนจาก 80,000 แห่งเพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบ แต่ก็อยากเรียนว่า การสร้าง “เถ้าแก่” หรือ “ผู้ประกอบการ” จากชุมชนไม่ใช่เรื่องง่าย ความจริงบุคคลเหล่านี้มีอยู่แล้วมากมาย แต่เป็นปัจเจกจากในหมู่บ้านหรือจากภายนอกที่รวบรวมผลผลิต แปรรูป ทำการตลาด โดยชาวบ้านก็ยังเป็น “แรงงาน” ถูกๆ ให้ “เถ้าแก่ชุมชน” เหล่านี้อยู่เช่นเดิม

                บางกรณี เถ้าแก่หรือแม่ค้าเหล่านี้ก็อาจจะเฮกันไปตามกระแสและพากันเจ๊งก็มีไม่น้อย อย่างกรณีบรรดา “แม่กิม” ทั้งหลายที่เพชรบุรี ที่วันนี้ถูกยกให้เป็นจังหวัดนำร่องของบริษัทประชารัฐด้วย บริษัทประชารัฐไม่ควรพลาดแบบเดียวกับที่บรรดาแม่กิมทั้งหลายทำ เฮกันเปิดตลาดข้างถนนขายขนมเมืองเพชร เรียกรถทัวร์รถตู้รถโดยสารให้แวะเข้าจอดซื้อของซื้อขนม วันนี้เหลือกี่แห่งก็น่าไปนับดู

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 24 มิถุนายน 2559

วิสาหกิจชุมชน (Small and Micro Community Enterprise - SMCE)

            วิสาหกิจชุมชนหมายถึงการประกอบการขนาดเล็กขนาดจิ๋วที่ชุมชนหรือองค์กรชุมชนร่วมกันดำเนินการเพื่อจัดการทุนชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์เพื่อการพึ่งตนเอง อาจเป็นการผลิต การแปรรูป การจัดการตลาด ทั้งด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม การบริการ เช่น การท่องเที่ยว สุขภาพ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการออมทรัพย์และการจัดสวัสดิการชุมชน

            วิสาหกิจชุมชนมีคุณลักษณะสำคัญอย่างน้อย 7 ประการ คือ ๑) ชุมชนเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการหลัก  ๒) ผลผลิตมาจากกระบวนการในชุมชน  ๓) ริเริ่มสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมโดยชุมชน  ๔) มีฐานภูฒิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับภูมิปัญญาสากลและอื่นๆ ๕) มีลักษณะบูรณาการ เชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ แบบเกื้อกูลกัน  ๖) มีการเรียนรู้เป็นหัวใจของกระบวนการทั้งหมด และ ๗) มีการพึ่งตนเองเป็นหมายสำคัญที่สุดของทั้งการประกอบการ

            วิสาหกิจชุมชนจึงมีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญา ชุมชนดำเนินการเพื่อให้เกิดการพึ่งตนเองเป็นอันดับแรก แต่ก็สามารถดำเนินการสัมพันธ์กับตลาดได้ถ้าหากมีเหลือกินเหลือใช้ ได้เรียนรู้การจัดการซึ่งต้องเข้าสู่ระบบตลาดและแข่งขัน ใช้ความเป็นกลุ่มเป็นเครือข่ายของตนให้เป็นประโยชน์ในทางธุรกิจ (competitive advantage) รวมทั้งการใช้ภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ดังที่ทำกันในนามของสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือโอทอป (OTOP – One Tambon One Product)

            วิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการการพึ่งตนเองในครอบครัว ในชุมชน ในเครือข่าย เป็นการประกอบการแบบพื้นฐาน ขณะที่วิสาหกิจชุมชนที่เข้าสู่ระบบตลาดเรียกกว่าวิสาหกิจชุมชนแบบก้าวหน้า

สยามรัฐรายวัน 22 มิถุนายน 2559

“เพื่อก้าวพ้นนิยายของการพัฒนา เราจะต้องมีระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่พึ่งตนเอง” (อมาตยา เซน รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดีย)

                ตั้งแต่ 2504 มีการพัฒนาระบบเศรษฐกิจสังคม เป็นระบบใหญ่ และเน้นภาคอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมือง ในเขตอุตสาหกรรม เพื่อรองรับและส่งเสริมแผนพัฒนาฯ

                ด้วยแนวคิดของทฤษฎีการพัฒนาแบบไม่เท่าเทียม (unequal development theory) และทฤษฎีพึ่งพา (dependency theory) ให้ชนบทพึ่งพาเมือง คนจนพึ่งคนรวย พึ่งรัฐ พึ่งพ่อค้า ด้วยแนวคิดของการรวมศูนย์อำนาจ การบริหารจัดการทรัพยากร ผลผลิต และทุน

                การพึ่งพา คือ การขึ้นต่อ คือ การรับใช้ ทำให้ชุมชนท้องถิ่นทุกระดับ ตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด กลายเป็น ลูกไล่ หรือลิ้วล้อของกรุงเทพฯ ของศูนย์กลางอำนาจ เป็นคนชายขอบ ประชาชนนอก

                สภาพความเป็นจริงเช่นนี้ดูไม่สอดคล้องกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ซึ่งได้พระราชทานไว้ตั้งแต่ปี 2517 ว่า

                “การพัฒนาประเทศนั้นจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพอสมควรและปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจชั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป”

Page 1 of 96