phongphit.com : การสื่อสารคือการพัฒนา

สยามรัฐรายวัน 20 สิงหาคม 2557

ประเทศไทยไม่ได้ขาดน้ำ แต่ขาดการจัดการน้ำ ทำให้มีปัญหาเมื่อฝนตกมากตกน้อย เกิดฝนแล้งน้ำท่วม โดยเฉพาะที่ภาคอีสานที่ปริมาณฝนตกมากกว่าภาคเหนือ ภาคกลาง โดยวัดเฉลี่ยได้ประมาณ 1,400 มม.ต่อปี แต่เนื่องจากมีชลประทานไม่มาก การจัดการในระดับชุมชนยังมีน้อย ทุกปีก็มีปัญหา

                ปีนี้ดูท่าจะหนัก เป็นวิกฤติที่เป็นโอกาสให้ทบทวนยุทธศาสตร์น้ำใหม่ ขอให้ยั่งยืนและบูรณาการเสียทีเถิด เพราะพูดกันวางแผนกันมานานแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่ามีแต่โครงการประเภทเมกะโปรเจค มีแต่แผนกายภาพและแผนงบประมาณ แทบจะไม่มีมีแผน “ทางสังคม” หรือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

                ที่จริง แผนการจัดการน้ำโดยชุมชน โดยครอบครัว ขนาดเล็ก ขนาดจิ๋วโดยมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิปิดทองหลังพระ โครงการหลวง โครงการตามแนวพระราชดำริ มีมาหลายปีแล้ว อย่างโครงการ “น้ำพระทัยจากในหลวง” เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่ภาคอีสานตั้งแต่ปี 2530 มีการส่งเสริมสนับสนุนการขุดบ่อในพื้นที่ของตนเอง ทำเกษตรผสมผสาน

โครงการต่างๆ มักได้ผลในระยะแรกๆ จากนั้นเหลือแต่บ่อร้าง ไม่มีใครดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ ที่เป็นเช่นนี้เพราะชุมชนไม่ได้เรียนรู้ ไม่ได้ปรับตัว ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากภายใน มีแต่รอรับความช่วยเหลือจากรัฐหรือภายนอก

งบประมาณเรื่องการจัดการน้ำจากกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ปีหนึ่งคงนับหมื่นๆ ล้าน แต่ก็ไม่ได้เห็นผลที่มีการแก้ปัญหาและพัฒนาแบบยั่งยืน เป็นปัญหาเดิม และวิธีแก้ก็แบบเดิม ก็เลยตั้งงบประมาณแบบเดิมแต่เพิ่มทุกปี คือ แก้น้ำท่วมและภัยแล้ง

ถ้ารัฐบาลภายใต้ คสช.จะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำโดยการตั้งกระทรวงใหม่ เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยตรงก็ไม่แปลก แต่จะแปลกถ้าหากยังเอาวีธีการแบบเดิมๆ มาวางแผนและแก้ปัญหา ทำกันมาไม่รู้กี่สิบปีก็แก้ไม่ได้  ถ้าจะตั้งกระทรวงน้ำต้องเปลี่ยนวิธีคิดและสร้างยุทธศาสตร์ใหม่

ปัญหาน้ำเป็นปัญหาเชื่อมโยงมากมายหลายเรื่องหลายมิติ ที่ต้องพิจารณาแบบองค์รวม และแก้แบบบุรณาการ และประสานพลังจากทุกภาคส่วน  อย่างพื้นที่ภูมิศาสตร์ก็เรื่องหนึ่ง แม่น้ำลำคลอง ห้วยหนองคลองบึงแยกจากกันไม่ได้ น้ำไหลไปมาข้ามตำบล อำเภอ จังหวัด แต่ละพื้นที่วางแผนแบบขีดเส้นแบ่งตามการปกครองไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาก็มักทำเช่นนั้น  แค่ผักตบชวาตามแม่น้ำจึงแก้ไม่ได้ เพราะคิดแบบนี้

ปัญหาน้ำเป็นปัญหาการทำมาหากิน โดยเฉพาะการเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ ที่จะตอบสนองความต้องการด้านอาหารและพลังงาน จัดการน้ำไม่ดี เรื่องเหล่านี้ไม่มีทางพัฒนาได้เลย

การขุดลอกคูคลอง แหล่งน้ำธรรมชาติ การจัดการกักเก็บด้วยแก้มลิง ให้เป็นธนาคารน้ำเพื่อชุมชน เพื่อท้องถิ่นโดยรวมเป็นยุทธวิธีขึ้นพื้นฐาน ซึ่งบางอย่างอบต. เทศบาลทำได้ บางอย่าง อบจ.ต้องทำ บางอย่างจังหวัดและหน่วยงานระดับกระทรวงต้องลงไปดูแลสนับสนุน

ปัญหาใหญ่ คือ การเมืองเรื่องการพัฒนา หมายถึงการทำแผน ทำโครงการการตัดสินใจที่ชุมชนท้องถิ่นต้องมีส่วนร่วม ร่วมกันกำหนดว่าจะทำอะไรอย่างไร รัฐทำอะไร ชุมชนชาวบ้านทำอะไร ผนึกพลังเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ใช่แก้เฉพาะหน้าและแก้กันทุกปี

นโยบายการสร้าง “ธนาคารน้ำ” ในทุกระดับเป็นเรื่องจำเป็น ถ้ามีน้ำก็มีชีวิต มีการเพาะปลูก มีรายได้ มีอาชีพ มีความมั่นคง เริ่มจากครอบครัวที่สร้างธนาคารน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการขุดบ่อขุดสระ หรือจัดการอย่างเป็นระบบแต่เรียบง่ายและได้ผลอย่างลุงมณี ชูตระกูลที่อุทัยธานี ที่เป็นต้นแบบของคนที่ทำเกษตรผสมผสานแบบมีการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ อยู่ห่างไกลชลประทาน แต่สร้างระบบน้ำให้พอใช้ตลอดปี

ลุงมณี ทำบ่อน้ำใหญ่ๆ ไว้บนที่สูง แล้วปล่อยน้ำลงมาสู่พื้นที่การเกษตรอื่นๆ โดยไม่ต้องสูบ เลือกปลูกพืชได้ตลอดปี เลือกปลูกเผือกให้ออกในเดือนที่ขาดตลาด ทำให้เผือกลุงมณีขายได้ราคาดี ปลูกไร่เดียวขายได้ตั้ง 6-7 หมื่นบาท  หรือพ่อมหาอยู่ สุนทรธัย ปรมาจารย์ของเกษตรผสมผสานชาวสุรินทร์ ที่ปลูกกล้วยหอมให้สุกในวันงานช้างพอดี จึงขายได้ราคาดีมาก

การจัดการน้ำต้องไปพร้อมกับสำนึกของการพึ่งตนเอง การทำเกษตรแบบพอเพียงเป็นอันดับแรก ถ้าคนไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐานแล้ว ความคิดเรื่องการจัดการน้ำแบบนี้ก็ทำไม่ได้ สุดท้ายก็ไปรับจ้างในเมือง หรือปลูกพืชเดี่ยวตามกระแส

เดินทางไปในชนบท เห็นคูคลองส่งน้ำของชลประทานผ่านพื้นที่หลายแห่งโดยไม่มีใครนำไปใช้ บางแห่งผ่านหน้าบ้าน พริกต้นหนึ่งก็ไม่ปลูก ทำแต่นา หมดหน้านาก็ไปทำงานกรุงเทพฯ หรือรับจ้าง ไม่ได้คิดจะปลูกพืชผักอื่นๆ ซึ่งจะให้รายได้ ลดค่าใช้จ่าย วางแผนให้ดีมีความมั่นคงกว่าการไปรับจ้าง แต่ที่ไม่ทำเพราะไม่มีการส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสม ไม่เกิดสำนึกใหม่

ปัญหาการจัดการน้ำเกี่ยวกับการแก้ปัญหาพลังงาน การแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจน ปัญหาการศึกษา ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยุทธศาสตร์น้ำจะสำเร็จถ้ามองแบบองค์รวมและแก้แบบบูรณาการ วิกฤติน้ำท่วมประวัติศาสตร์ปี 2554 พิสูจน์ปัญหาในการจัดการน้ำของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

หัวใจการพัฒนาประเทศทศวรรษนี้อยู่ที่ 4 น. หนี้สิน น้ำ น้ำมัน และนายกรัฐมนตรี ที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นเพียงคนมาคั่นการเมืองการเลือกตั้ง หรือจะเป็นรัฐบุรุษ

Monday, 18 August 2014 23:58

อาวุธคนยาก

Published in ปรับฐานคิด Written by

สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 15 สิงหาคม 2557

เจมส์ ซี สก็อตต์ เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเยล มาเมืองไทยและภูมิภาคนี้บ่อยๆ ทำวิจัยที่พม่าและมาเลเซีย ตอนอยู่ธรรมศาสตร์พบเขาเกือบทุกปี เราแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน เขาติดตามงานพัฒนาที่ผมทำ และผมติดตามงานวิจัยที่เขาทำ

                งานวิจัยที่เป็นหนังสือที่โด่งดังของสก็อตต์มี 2  เล่ม เล่มแรกขนาดเล็กชื่อ The Moral Economy of the Peasants (เศรษฐกิจคุณธรรมของชาวนา) เป็นงานวิจัยที่พม่า เล่มที่ 2 ขนาดใหญ่ เขาวิจัยที่รัฐเคดะห์ หรือไทรบุรีในมาเลเซีย ชื่อว่า Weapons of the Weak, Every Day Forms of Peasant Resistance (อาวุธคนยาก รูปแบบการต่อต้านในชีวิตประจำวันของชาวนา)

                สิ่งที่สก็อตต์วิจัยที่รัฐเคดะห์เป็นอะไรที่ใช้ได้กับสังคมไทยเลยก็ว่าได้ เพราะที่นั่นมีคนไทยเป็นแสน เขาใช้กรอบคิดมาร์กซิสท์ในการวิจัย ส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ผมเขียนคำอุทิศด้วยลายมือว่า “คุณรู้ไหม อาวุธอันเดียวที่เหลืออยู่ของคนยาก คือ วัฒนธรรม”

                ผมได้พบปะแลกเปลี่ยนยาวนานกับสก็อตต์เมื่อปี 2533 เมื่อผมได้รับทุนวิจัยจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ให้เสนองานเกี่ยวกับชุมชนและขบวนการภาคประชาชนที่กำลังเติบโตในประเทศไทย ร่วมกับนักวิชาการจากประเทศในอาเซียนอีกสี่ห้าคน หลังจากนั้นเราได้ไปนำเสนองานวิจัยแลกเปลี่ยนกันเองและกับนักวิชาการกลุ่มหนึ่งจากประเทศในแอฟริกาที่ทำวิจัยในลักษณะเดียวกัน

สยามรัฐรายวัน 13 สิงหาคม 2557

คสช.โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเพื่อการปฏิรูป ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไร เพราะพูดง่ายแต่ทำยาก ถ้าหากไม่มีวิธีการที่เหมาะสมก็ลำบาก เหมือนมีหินก้อนใหญ่ขวางทาง อยากเอาออกก็ต้องใช้ทั้งแรงคนและปัญญา

                การใช้แรงคนจำนวนมากก็ใช่ว่าจะเคลื่อนหินได้ เหมือนการสร้างปิรามิดของชาวอียิปต์ในสมัยโบราณที่ต้องนำหินก้อนใหญ่ๆ มาจากภูเขาเป็นระยะทางเป็นสิบเป็นร้อยกิโลเมตร มาถึงแล้วก็หาวิธีนำขึ้นไปที่สูงเพื่อจะได้ก่อตัวปิรามิดได้

                การพัฒนาคนจึงต้องลงรายละเอียด เพราะพูดอย่างเดียวคงเปลี่ยนไม่ได้ ไม่เช่นนั้นก็คงขอให้พระท่านเทศน์อย่างเดียวก็คงพอ เพราะท่านก็มีเป้าหมายให้คนเป็นคนดี ถือศีลปฏิบัติธรรม แต่คนทั่วไปฟังพระเทศน์แล้ว แม้แต่ศีล 5 ที่ท่องขึ้นใจได้ตั้งแต่เด็กก็ยังทำไม่ได้ทุกข้อ

                การศึกษาก็เช่นเดียวกัน มีความพยายามปฏิรูปการศึกษามาหลายครั้ง มีความพยายามทำให้การศึกษาเป็นเครื่องมือพัฒนาคนให้เป็นคนดีคนเก่ง เป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมือง แต่เราก็ยังคงผิดหวังกับการศึกษาของชาติมาจนถึงวันนี้

                การขยับหินก้อนใหญ่บางครั้งอาจไม่ต้องใช้คนมาก แต่ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมก็ได้ หาคานงัดดีๆ หาช่วย หาแม่แรงมายกมาขยับ เหมือนโบราณท่านสอนให้หาไม้ซีกมางัดไม้ซุง

Page 1 of 34