phongphit.com Communication is Development การสื่อสารคือการพัฒนา โฮมเพจ ดร.เสรี พงศ์พิศ
คลิกบนภาพปกเพื่อ ดูแนะนำหนังสือ
คลิกที่นี่เพื่อ ดาวน์โหลด ใบสั่งซื้อหนังสือ
สยามรัฐรายวัน 25 มิ.ย. 2552
เรื่องจริงที่ไม่อิงนิยายหรือข่าวลือเรื่องคนต่างชาติเข้ามาเตรียม “ทำการเกษตร” ในประเทศไทยได้ปรากฎชัดเจนขึ้นมานานแล้ว แต่มาเป็นเรื่องจริงจังและข่าวใหญ่ในประเทศไทยอีกวันนี้เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เอาเรื่องนี้ไปพิจารณา และบอกว่า การทำนาเป็น “เอกสิทธิ์” ของคนไทยเท่านั้น แต่อะไรๆ มันก็เปลี่ยนได้ โลกที่ไม่มีพรหมแดนวันนี้ คนมีเงิน มีความรู้ มีวิสัยทัศน์ยอมมองเห็นว่า ถ้าไม่สร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหาร วันหนึ่งเกิดวิกฤติอาหารขึ้นมาเหมือนเมื่อปี 2551 ต่อให้มีเงิน มีน้ำมันมากเพียงใด เขาไม่ขายข้าวขายอาหารให้ก็อดตายได้เหมือนกัน วันนี้สงครามการแย่งชิงทรัพยากรเพื่อผลิตอาหารเริ่มขึ้นแล้ว ประเทศที่มีเงินก็เริ่มยื่นมือยาวๆ ไปยึดเอาพื้นที่หลายประเทศทำการเกษตรด้วยการ “เช่า” หรือรูปแบบอื่น โดยเฉพาะประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนาในแอฟริกา เอเชีย บริเวณที่อากาศร้อนชื้น มีดิน มีน้ำ มีแดด มีความหลากหลายทางชีวภาพประเทศที่เริ่มแข่งขันกันไป “เช่า” หรือ “ร่วมทุน” ทำนา ปลูกพืช ทำการเกษตร ผลิตอาหารไม่ได้มีแต่เศรษฐีน้ำมันจากตะวันออกกลางเท่านั้น เศรษฐีใหม่อย่างจีน เกาหลีก็เอากับเขาด้วย ประเทศอาเซี่ยนเป็นเป้าหมายสำคัญ กัมพูชาเสร็จไปเกือบสองล้านไร่แล้ว ทำนาเป็นหลัก ไม่ใช่เอาไปปลูกยางพารา ซึ่งวันนี้มีมากเกินความต้องการของตลาดโลกแล้ว ไม่อยากเถียงกับใครเรื่องการ “แปลงสินทรัพย์เป็นทุน” รวมทั้งไม่เถียงเรื่องที่บอกว่า เขาแค่เช่า ยังไงก็เอาไปไม่ได้ แต่วันนี้เขาไม่จำเป็นต้อง “เอาไป” เพราะการถือสิทธิประโยชน์ การเป็นเจ้าของผลผลิต (แม้ไม่ใช่เจ้าของดินซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ) ก็เหมือนกับกุมหัวใจของสิทธิในสินทรัพย์นั้น และเขาคงไม่เช่าห้าปีสิบปีแน่ๆ แม้ว่าอาจไม่ยาวนานเท่ากับสมัยก่อน (99 ปี)วันนี้มีคนไทยทำนา ทำไร่ ทำการเกษตรอยู่ไม่ถึงร้อยละ 30 และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำตลอดเวลา ไปรับจ้างและทำอย่างอื่นด้วย เพราะเกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถอยู่ได้ด้วยการทำนาอย่างเดียว โดยเฉพาะที่ทำนาได้เพียงครั้งเดียว ไม่มีระบบชลประทาน อาศัยแต่น้ำฝนอย่างเดียว