spacer
spacer search

phongphit.com : โฮมเพจ ดร.เสรี พงศ์พิศ
Communication is Development
การสื่อสารคือการพัฒนา

โฮมเพจ ดร.เสรี พงศ์พิศ

Search
spacer

"เรียนรู้เพื่ออยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีกินในท้องถิ่นของตนเอง"       "เรียนแล้วช่วยตัวเองได้ ช่วยคนอื่นได้"       "ชุมชนเรียนรู้ ชุมชนเข้มแข็ง – การศึกษาเพื่อท้องถิ่น ไม่ใช่เพื่อทิ้งถิ่น"       "สังคมวันนี้ คนไม่มีความรู้อยู่ไม่ได้ ถึงอยู่ได้ก็ถูกเขาโกง ถูกเขาหลอก ถูกเอาเปรียบได้ง่าย"      "คนมีความรู้เปลี่ยนทะเลทรายให้เป็นป่า คนไม่มีความรู้เปลี่ยนป่าให้เป็นทะเลทราย"      "คนไม่มีอดีต เป็นคนไม่มีอนาคต คนไม่มีรากเหง้าจะถูกเขาครอบงำและกำหนดอนาคตให้หมดเลย" (Franz Boas – เสรี พงศ์พิศ)      "คนมีความรู้ปกครองง่าย แต่ครอบงำยาก และกดขี่ข่มเหงไม่ได้เลย" (วิลเลียม เบลค)      "จุดเทียนขึ้นมาสักเล่ม ดีกว่านั่งด่าความมืด" (ภาษิตจีน)      "คนที่หยุดเรียนรู้ก็จะแก่ ใครที่เรียนรู้ไม่หยุดก็ไม่รู้แก่ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือ การรักษาสติปัญญาให้หนุ่มสาวอยู่เสมอ Anyone who stops learning is old. Anyone who keeps learning stays young. The greatest thing in life is to keep your mind young" (Moshe Arens)

Main Menu
Home หน้าแรก
ข่าวและบทความ
เว็บมหาวิทยาลัยชีวิต
ติดต่อผม
ประวัติย่อของผม
มองย้อนไปในปี 54
บทความพิเศษ
ประเภทบทความ
ปรับฐานคิด
ความในใจ
ข่าว
แนะนำหนังสือ
มหาวิทยาลัยชีวิต
สุขภาพชุมชน
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ชุมชนเข้มแข็ง
วิสาหกิจชุมชน
ปรัชญาชีวิต
คำและความหมาย
Login Form





ลืมรหัสผ่าน?
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday303
mod_vvisit_counterYesterday836
mod_vvisit_counterThis week6864
mod_vvisit_counterThis month26844
mod_vvisit_counterAll310113
คลิกบนภาพปกเพื่อ
ดูแนะนำหนังสือ

คลิกที่นี่เพื่อ
ดาวน์โหลด
ใบสั่งซื้อหนังสือ

 
Home หน้าแรก

Home
เปิดม่านแอฟริกา PDF พิมพ์ ส่งเมล Share
เขียนโดย ดร   
Thursday, 26 January 2012

สยามรัฐรายวัน 26 มกราคม 2555 

การปรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 2 ทำให้คนไทยได้รู้จักแอฟริกามากขึ้น เพราะรัฐมนตรีคนหนึ่งอยู่ในแบล็คลิสต์ของสหรัฐอเมริกาด้วยสาเหตุว่าไปเกี่ยวข้องการทำธุรกิจกับซิมบับเว ซึ่งถูกสหรัฐอเมริกาและบางประเทศพันธมิตรบอยคอต
 

โรเบิร์ต มูกาเบ เป็นนายกรัฐมนตรี (1980-1987) และประธานาธิบดีของซิมบับเว (อดีตโรดีเซีย) ตั้งแต่ 1987 จนถึงวันนี้ เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำแอฟริกันรุ่นแรกๆ ที่มีส่วนในการปลดปล่อยประเทศต่างๆ ในแอฟริกาจากอาณานิคม และการครอบงำของคนผิวขาวทั้งในและนอกแอฟริกา 
 
คนไทยคุ้นเคยกับชื่ออย่างเนลสัน เมนเดลา บิดาแห่งชาติแอฟริกาใต้  โรเบิร์ต มูกาเบ ก็รุ่นราวคราวเดียวกัน เช่นเดียวกับจูเลียส เยเรเร อดีตประธานาธิบดีผู้ได้ชื่อว่าบิดาแห่งชาติของแทนซาเนียตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 1961 จนถึงปี 1985 ที่เขาได้เกษียณตัวเอง และถึงแก่อสัญกรรมในปี 1999
 
ผู้นำรุ่นแรกที่โดดเด่น คือ เคนเนธ คาอุนดา แห่งซัมเบีย,  ควาเม ครูม่า แห่งฆานา,  ปาตริซ ลูมุมบา แห่งคองโก, และโยโม เคนเนตตา แห่งเคนยา บุคคลเหล่านี้ได้ต่อสู้เพื่อเอกราช จนถูกจับกุมคุมขัง ถูกทรมานจนถึงถูกฆ่าอย่างกรณีลูมุมบาของคองโก นายกรัฐมนตรีเพียง 4 เดือนหลังการประกาศเอกราชเมื่อปี 1960 

และรัฐบาลที่ออกมาสารภาพและขอโทษเมื่อปี 2002 ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมดังกล่าว คือ เบลเยียม และต่อมาสหรัฐอเมริกาก็ออกมาสารภาพเช่นเดียวกันว่า ซีไอเอคือผู้วางแผนโค่นลูมุมบา
 
หลังคืนเอกราช ประเทศมหาอำนาจไม่ได้รามือจากแอฟริกาแต่ประการใด เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการครอบครองและครอบงำเท่านั้น  หลังจากได้ดูดซับเอาทรัพยากรจากประเทศเหล่านี้ไปกว่าร้อยปี ไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส โปรตุเกส เบลเยียม เยอรมนี อิตาลี ยังมีมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา สหภาพโซเวียต และจีนที่เข้าไปมีบทบาทในระหว่างสงครามเย็นเรื่อยมาจนถึงวันนี้
 
สำหรับอเมริกา ไม่มีอะไรง่ายกว่าการกล่าวหาผู้นำคนหนึ่งว่าเป็นคอมมิวนิสต์และเผด็จการ ซึ่งส่วนหนึ่งก็คงไม่ผิดนักถ้าหากฝักใฝ่ในสังคมนิยมแล้วจะเหมาเอาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ แต่คนอย่างจูเลียส เยเรเร บอกว่า ผมเป็นแอฟริกัน และมันสำคัญยิ่งกว่าและมาก่อนการเป็นสังคมนิยมอีก

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Thursday, 26 January 2012 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
 
เหล้า แช่ง รุนแรง บาป PDF พิมพ์ ส่งเมล Share
เขียนโดย ดร   
Wednesday, 18 January 2012

สยามรัฐรายวัน 18 มกราคม 2555 

ก่อนนี้ “จน เครียด กินเหล้า” ก็ถือว่ารุนแรงแล้วที่เอาความจน คนจนมาเป็นสื่อโฆษณา คราวนี้มารุนแรงอีกแบบ “ให้เหล้า = แช่ง”  เอาเรื่องวัฒนธรรมความเชื่อมาว่ากันเลย ซึ่งทั้งสองวลีเป็นการสร้างตรรกะที่ทำให้เกิดผลข้างเคียง ซึ่งสสส.ที่คิดวลีเหล่านี้จงใจใช้วิธีรุนแรงโดยเจตนาหรือไม่ไม่ทราบ
 
ยี่สิบปีกว่าก่อนตอนที่เอดส์ระบาดแบบระเบิดเถิดเถิง มีการรณรงค์แบบรุนแรงทั่วไปว่า เป็นเอดส์แล้วตาย และอีกหลายวลีที่สร้างตราบาปให้คนติดเชื้อเอชไอวี ที่ถูกเหมาเอาว่าเป็นคนเลว และสมควรตาย ทุกคนหนีหน้าไม่คบหา แม้แต่พ่อแม่พี่น้องก็ทอดทิ้ง

การรณรงค์เช่นนั้น แทนที่จะทำให้เอดส์ลดลง กลับมีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้เอดส์ระบาดหนักขึ้นไปอีก เพราะไม่มีใครกล้าเปิดเผยตัวเอง และแพร่เชื้อไวรัสตัวร้ายไปทั่ว

มีการรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันเอชไอวี มีการเผยแพร่ไปทั่ว แจกฟรีแม้แต่ตามปั๊มและตามโรงแรม ทำให้คนจำนวนหนึ่งรับไม่ได้ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์ แต่มีงานวิจัยที่แสดงผลอย่างชัดเจนว่า การส่งเสริมการใช้ถุงยางด้วยวิธีการดังกล่าวไม่ได้ทำให้คนมีเพศสัมพันธ์มากกว่าตอนที่ไม่ได้มีมาตรการเหล่านี้เลย

คนเราอาจจะมีสัญชาติญาณดิบบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่า พอเห็นถุงยางอนามัยแล้วจะต้องหาทางไปมีเพศสัมพันธ์ โดยสามัญสำนึกธรรมดา คงไม่มีใครทำเช่นนั้น เขาอธิบายการแจกถุงยางฟรีทั่วไปว่า เปรียบได้กับรถยนต์ เอาไว้เป็น “ยางอะไหล่” เผื่อ “ยางแตก” เท่านั้นเอง

มีอีกโครงการหนึ่งที่คล้ายกัน คือ “การลดอันตราย” (harm reduction) หรือโครงการจัดหาเข็มฉีดยาฟรีให้ผู้ติดยาเพื่อลดความเสี่ยงในการติดหรือแพร่เชื้อเอชไอวีที่มากับเลือด โครงการนี้ใช้กันในหลายประเทศ แต่ก็ถูกต่อต้านในหลายประเทศที่เห็นว่าเป็นการส่งเสริมยาเสพติด

ทั้งโครงการถุงยางอนามัยและให้เข็มฉีดยาเป็นวิธีการที่ไม่รุนแรง เพราะไม่สามารถให้คนเลิกเที่ยว เลิกมีเพศสัมพันธ์ ไม่สามารถทำให้ทุกคนเลิกยาเสพติดได้แม้ว่าจะจับมาฆ่าให้ตายก็ไม่มีวันหมด เหมือนคนคิดตื้นๆ ในช่วงเอดส์ระบาดใหม่ๆ ให้เอาผู้ติดเชื้อไปปล่อยเกาะให้หมด และจะป้องกันเอดส์ได้

คล้ายกับคนที่เสนอให้ปิดโรงเหล้าโรงเบียร์ จะได้ไม่มีเหล้าขาย ซึ่งวันนี้ก็คงไม่มีใครคิดเช่นนั้น เพราะถ้าปิดพรมแดนไม่ได้ ถ้าบังคับให้คนเลิกไม่ได้ก็อยาได้คิดเรื่องประหลาดโลกแบบนี้ รวมทั้งเอาเรื่องความเชื่อวัฒนธรรมมาใช้ด้วยการ “แช่ง”

ในบ้านเมืองที่นับถือพุทธศาสนา เอาเรื่องแช่งมารณรงค์ไม่ดูรุนแรงเกินไปหรือ การแช่งเป็นความรุนแรงทางวัฒนธรรม บาปหรือไม่ ใครนับถือศาสนาไหนก็เอาไว้คิดเอาเอง จึงมีคำถามว่า ไม่มีวิธีที่แสดง “ความเมตตา” มากกว่านี้อีกแล้วหรือ และที่สำคัญ แน่ใจหรือว่าจะได้ผล ทำให้ผู้คนลดเลิกกินเหล้าได้จริง

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 23 January 2012 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
 
ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงภาคประชาชน PDF พิมพ์ ส่งเมล Share
เขียนโดย ดร   
Wednesday, 11 January 2012

พระราชดำรัสอวยพรปีใหม่ 2555 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตอนหนึ่งมีว่า “ทุกคนจึงต้องเตรียมกาย เตรียมใจ และเตรียมการไว้ให้พร้อมเสมอเพื่อเผชิญและป้องกันแก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนต่างๆ ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยสามัคคีธรรม”
 
นับเป็นมงคลสูงสุดสำหรับเราชาวไทยในปีใหม่นี้ที่ทรงห่วงใยในความทุกข์ของพสกนิกร และทรงให้กำลังใจและให้มีความเพียรทน “เยี่ยงพระมหาชนก” ที่ทรงอ้างอีกครั้งใน ส.ค.ส. “ถึงจะมองไม่เห็นฝั่ง เราก็ต้องพยายามว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทร โภคะทั้งหลายมิได้สำเร็จด้วยเพียงคิดเท่านั้น” 

เนื้อใหญ่ใจความทั้งหมดก็คือ “เศรษฐกิจพอเพียง” นั่นเอง ซึ่งคำว่า “เศรษฐกิจ” ไม่ได้หมายถึงแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ หรือการอยู่การกินอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องชีวิตทั้งหมด เป็นปรัชญาชีวิต (คำว่าเศรษฐ ในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานแปลความว่า ดี, ดีเลิศ, ดีที่สุด, ประเสริฐ) 

แม้ว่าทรงมีกระแสพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมานานตั้งแต่ปี 2517 หรือก่อนหน้านั้น แต่การนำไปประยุกต์ใช้ในสังคมไทยยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนอะไร ยังไม่มีรัฐบาลไหนที่มีเจตจำนงทางการเมือง (political will) เพื่อนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการกำหนดนโยบายอย่างจริงจัง 

เพราะจะทำเช่นนี้ได้ต้องใช้ “ปัญญา ความกล้าหาญ และความเพียรทน” สูงเยี่ยงพระมหาชนก  เป็นเรื่องยุ่งยากและลำบาก ต้องทวนกระแสหลักของการพัฒนาที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การบริโภค แสวงหาความมั่งคั่งหรือมั่งมี (GDP) มากกว่าการกินอยู่พอดี (GDH) เพื่อจะได้มีความสุข 

รัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนจึงได้แต่บอกว่าเชื่อในเศรษฐกิจพอเพียง และให้เขียนไว้ในนโยบาย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ใส่คำเดียวกันนี้ไว้ในหลายแผนแล้ว แต่ทั้งรัฐบาลและสภาพัฒน์ฯ ก็ทำได้แค่เขียนไว้ แต่ “โภคะทั้งหลายมิได้สำเร็จด้วยเพียงคิดเท่านั้น”

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 6 จาก 353
spacer
บทความใหม่
บทความยอดนิยม

 
© 2012 phongphit.com : โฮมเพจ ดร.เสรี พงศ์พิศ
Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.
spacer