spacer
spacer search

phongphit.com
Communication is Development
การสื่อสารคือการพัฒนา

โฮมเพจ ดร.เสรี พงศ์พิศ

Search
spacer
เมนูหลัก
Home หน้าแรก
ข่าวและบทความ
เว็บมหาวิทยาลัยชีวิต
ติดต่อผม
ประวัติย่อของผม
ประเภทบทความ
ความในใจ
ข่าว
แนะนำหนังสือ
มหาวิทยาลัยชีวิต
สุขภาพชุมชน
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ชุมชนเข้มแข็ง
วิสาหกิจชุมชน
ปรัชญาชีวิต
คำและความหมาย
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?


คลิกบนภาพปกเพื่อ
ดูแนะนำหนังสือ

คลิกที่นี่เพื่อ
ดาวน์โหลด
ใบสั่งซื้อหนังสือ

 
Home หน้าแรก

Home
เมื่อชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ 40,000 บาท พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย ดร . เสรี พงศ์พิศ   
Monday, 08 March 2010

สยามรัฐรายวัน 11 มีนาคม 2553


ข่าวเล็กๆ ข่าวหนึ่งของเช้าวันที่
1 มีนาคม 2553 พูดถึงชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ 35,000 บาท เป็นเรื่องราวของชาวนาที่พัทลุงขายข้าวสังข์หยด ข้าวยอดฮิตพันธุ์หนึ่งที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ว่ามีสารอาหารที่มากกว่าข้าวธรรมดาทั่วไป

ถ้าหากติดตามสถานการณ์ข้าวใกล้ชิดวันนี้จะไม่แปลกใจ เพราะเป็น “แทรนด์” (ภาษาคนรุ่นใหม่ที่หมายถึงแนวโน้ม ปรากฎการณ์ ไม่ใช่แค่แฟชั่น) ของสังคมโลก ไม่ใช่แค่สังคมไทยที่กำลัง “คืนสู่ธรรมชาติ” และ “คืนสู่รากเหง้า” ค้นหาภูมิปัญญาท้องถิ่น มรดกที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดส่งต่อมาให้ในแต่ละภูมิสังคม

วันนี้ “คุณค่า” ทำให้ “มูลค่า” ของสิ่งที่เราบริโภคมีมากยิ่งขึ้น คนกินอาหารเพื่อสุขภาพ และยอมซื้อราคาแพงกว่าเดิมถ้ามั่นใจว่ามีคุณค่าอาหารที่ดีจริง คนมีเงินมากมีเงินน้อยต่างก็กลัวตาย ถ้าหากสำนึกในเรื่องสุขภาพว่า “สร้างได้” ก็ยินดี “ลงทุน” เพราะคุ้มกว่ามาก

จึงไม่แปลกที่เห็นคนซื้อข้าวสารอินทรีย์พันธุ์พื้นเมืองในห้างที่กรุงเทพฯ กิโลละ 150 บาท เพราะเชื่อว่าดีกว่าจ่ายค่าหมอค่ายาเป็นพันเป็นหมื่น ที่สำคัญ ทุกข์และความเสียหายที่มาจากการเจ็บป่วยนั้นประเมินค่ามิได้ วันนี้คนจำนวนมากเริ่มซาบซึ้งกับคำว่า “เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง”

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 08 March 2010 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
ทางรอดของคนไทยในชนบท พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย ดร . เสรี พงศ์พิศ   
Monday, 01 March 2010

สยามรัฐรายวัน 25 ก.พ. 2553 

ยุคนี้ไม่ใช่ยุคเกษตร ไม่ใช่ยุคอุตสาหกรรม เป็นยุคหลังอุตสาหกรรม ยุคหลังข้อมูลข่าวสารด้วย เป็นยุคที่ความรู้สำคัญที่สุด ไม่มีความรู้อยู่ไม่ได้ มีดินเท่าไรก็ไม่ช่วยถ้าไม่มีความรู้ อาจเหลือแต่ตัวเพราะเอาไปขายกิน หรือถูกเขายึด         

มีเงินเท่าไรก็ไม่พอ อาจเหลือแต่หนี้ เห็นเขามีอะไรก็อยากมี เห็นเขาได้อะไรก็อยากได้ เห็นเขาทำอะไรแล้วรวยก็อยากทำบ้าง แต่ไม่มีความรู้ก็เจ๊ง เหลือแต่หนี้
         

คนไทยโชคดีที่มีดิน แม้แต่ไร่เดียว ถ้าหากมีความรู้ก็อยู่รอดได้ มีกินมีใช้ อาจทำเงินได้เดือนละกว่าหมื่นบาท มีให้เห็นมากแล้ว นอกจากปลูกพืชผักที่ขายได้เป็นรายวัน อาจเลี้ยงปลาดุกในบ่อ
5x20 เมตร ลงทีละ 10,000 ตัว สามเดือนขายได้ตัวละ 10 บาท ปีหนึ่งลงสามครั้ง อาจได้ถึง 300,000 แต่อย่างที่บอกแต่ต้น ต้องใช้ความรู้ ต้องรู้ว่า ทำอย่างไรจะเลี้ยงปลาดุกให้ได้ 10,000 ตัว ปีละสามรุ่น
         

ทำอย่างไรจึงทำนาให้ได้ไร่ละไม่น้อยกว่า
130,000 บาทต่อปี โดยทำ 2 รอบ วันนี้มีคนทำได้โดยทำนาข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ได้ไร่ละประมาณ 1 ตัน สีแล้วได้เกือบ 800 ก.ก. เอามาสีเป็นข้าวกล้องใส่ถุงขายได้กิโลละ 60 บาท ได้เงิน 48,000 บาท ถ้าทำเป็นข้าวกล้องงอกได้ราคาดีกว่านี้ (ในร้านค้าเกษตรอินทรีย์บางแห่ง ในกรุงเทพฯฯ ขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์กล้อง-ยังไม่ถึงกล้องงอก-ถึงก.ก.ละ 150 บาท)
         

ที่นา
1 ไร่ ไม่ได้ปลูกข้าวอย่างเดียว สามารถทำอะไรได้อีกมากมายหลายอย่าง บนคันนาก็สามารถปลูกพริกได้ ก.ก.ละ 200 บาท ในท้องน้ำมีกุ้ง หอย ปู ปลา กบ และสามารถปลูกผักแว่น ผักบุ้ง ผักที่ชอบน้ำ ทำชาจากใบข้าว เอาฟางไปทำปุ๋ย ทำเห็ดฟาง ข้าวปลาอาหารไม่ต้องซื้อ เหลือกินก็ขายได้อีก

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 01 March 2010 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 3 จาก 430
spacer
บทความใหม่
บทความยอดนิยม

 

Mambo is Free Software released under the GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Mambo LaiThai
spacer