|
สยามรัฐรายวัน 16 พ.ค. 2555 วิธีแก้ของแพงทั้งแผ่นดินของรัฐบาล คือ ทำให้ถูกทั้งแผ่นดินบ้าง กระชากราคาให้ต่ำลงบ้าง แล้วแต่จะสรรหาคำพูดให้ชาวบ้านชาวเมืองเชื่อด้วยวาทศิลป์ที่สวยงาม ผู้คนจำนวนมากรู้ว่าเขาหลอกก็เต็มใจให้เขาหลอก ปล่อยให้คนหยิบมือหนึ่งกุมชะตากรรมของผู้คนทั้งประเทศได้ง่ายๆ สินค้าราคาแพง เศรษฐกิจฝืดเคือง เสนอแต่วิธีทำให้ของถูก ร้านธงฟ้าบ้าง ขายของขายไข่ในราคาถูกบ้าง เป็นข่าวไปวันๆ แต่ก็เป็นเพียงวิธีการหาเสียง ถ้าเก่งจริง ควรทำร้านขายของถูก ขายอาหารถูกเต็มแผ่นดิน ให้ได้สัก 80,000 แห่งในทุกหมู่บ้าน และอีก 20,000 แห่งในตัวเมือง ตัวอำเภอ รวมเป็น 100,000 แห่ง ไม่ใช่แค่ผักชีโรยหน้าอยู่ไม่กี่แห่ง และทำให้ได้ต่อเนื่องสัก 1 ปี ไม่ใช่ไม่กี่วันพอเป็นข่าวเสร็จก็หาย ไม่มีใครในรัฐบาลนี้พูดเรื่องวิธีคิด เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาของการกินพอดี อยู่พอดี จะได้มีความสุข จะได้พึ่งพาตนเองได้ รัฐบาลมีแต่มาตรการทางเศรษฐกิจ การผลิต การบริโภค การซื้อ การขาย จึงไปไล่เบี้ยกับแม่ค้าขายข้าวแกงบ้าง กับพ่อค้าคนกลางบ้าง แก้ไขที่ปลายเหตุตลอดเวลา ที่ไม่กล้าพูดคงเป็นเพราะกลัวจะโดนย้อนเอาว่า รัฐบาลเอง นักการเมืองเองยังไม่พอเพียง จะไปสอนให้ชาวบ้านเขาอยู่อย่างพอเพียงได้อย่างไร นักการเมืองเองยังโกงบ้างกินเมือง งาบไปทีละ 20-30% จะไปพูดเรื่องปรัชญาที่ว่าด้วยคุณธรรมของการจัดการชีวิต จัดการสังคมได้อย่างไร เรามองเห็นแต่รัฐบาล แต่ไม่ได้มองอำนาจในการจัดการตนเองของประชาชน ของครอบครัว ของชุมชน ของอบต. เทศบาล ซึ่งอยู่ในขอบเขตและขนาดที่จัดการเองได้ โดยเฉพาะอปท.ทั้งหลายที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่น น่าจะคิดเอง ทำเอง และหาทางพึ่งพาตนเองให้ได้ให้มากที่สุด แต่จะทำได้ถ้าหากมีหลักคิดที่ถูกต้อง ซึ่งวันนี้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักคิดที่เหมาะสมที่สุด ที่วางรากฐานให้ชีวิตของคนที่อยากจัดระเบียบใหม่ให้ลงตัว ของอบต. เทศบาล ที่ไม่ได้กว้างใหญ่อะไรนัก มีประชากรไม่กี่พันคน ลองคิดดูได้ไหมว่า จะแก้ปัญหาของแพงวันนี้ได้อย่างไร ประการแรก ทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้ดีว่า เป็นหลักคิดให้คนพึ่งพาตนเองและให้อยู่อย่างมีความสุข ตอบได้ไหมว่า ในทางปฏิบัติ ควรทำอย่างไร ทำอย่างไรจึงจะสร้างการเรียนรู้ให้ผู้คนในท้องถิ่นได้รู้ว่า ในโลกวันนี้มีเพียง 2 อย่างที่สำคัญที่สุด คือ อาหารและพลังงาน |