|
มณี ชูตระกูล นักจัดการน้ำ นาและผลผลิต |
|
|
|
Written by ดร.เสรี พงศ์พิศ
|
|
Friday, 22 August 2008 |
|
(ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ 22 สิงหาคม 2551) มณี ชูตระกูล นักจัดการน้ำ นา และผลผลิต
ลุงเป็นหนี้ตั้งแต่เมือไร ทำไม เริ่มเป็นหนี้ ธ.ก.ส. และหนี้นอกระบบตั้งแต่ปี 2530 เป็นหนี้รวมหมด 150,000 บาท ผมกู้เงินมาซื้อนา ราคาข้าวไม่ดี ปี 2534 ผมทำนาตัวเอง 60 ไร่ เช่าเขาอีก 20 ไร่ ได้ข้าว 45 เกวียน ปี 2535 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลลง ได้ข้าวเพียง 4 เกวียน หมดเลยครับ
แก้ไขสถานการณ์อย่างไร ผมเป็นคนขยัน ไม่เคยอยู่เฉยๆ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ก็คิดหาหลายวิธีว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ทำนาอย่างเดียวคงไม่ไหว ต้องมีรายได้รายวัน รายเดือน รายปี หรือรายงวดให้ถี่เข้ากว่านี้ เพราะรายจ่ายเราจ่ายทุกวัน ทั้งการกินการอยู่ ทั้งการลงทุนการผลิต ผมมาพบว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในการผลิต คือ น้ำ ผมมุ่งแก้ปัญหาน้ำเป็นอันดับแรก หวังพึ่งเทวดาเท่านั้นไม่ได้แล้ว แม้แต่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐก็คงไปรอให้ท่านมาช่วยไม่ได้ เราต้องหาทางช่วยตัวเองก่อน
แก้ปัญหาน้ำทำอย่างไร ผมยังกู้เงิน ธ.ก.ส. ได้อีก 30,000 ก็กู้มาจ้างรถไถให้ไถร่องรอบๆ นา ลึก 1 เมตร กว้าง 2 เมตร โชคดี ทำเสร็จฝนก็ตก ได้น้ำขุ่นเหมาะกับผักกระเฉด ผักบุ้ง ปลูกไปขายได้เงินมา 20,000 ส่วนหนึ่งจ่ายหนี้ส่วนหนึ่งไปซื้อลูกปลามาปล่อย 100,000 ตัว ทยอยเลี้ยงเป็นรุ่นๆ เป็นปลากินพืช ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลาจีน ปลานิล ปลายปี 2535 ขึ้น 2536 ก็ปลูกผักหน้าแล้ง ปี 2536 เริ่มจับปลาขาย รายได้ก็มีมาหลายทาง ไม่ได้รอข้าวอย่างเดียวแล้ว
ขยายร่องรอบๆ นาและทำเป็นไร่นาสวนผสมเมื่อไร เมื่อปี 2539 ได้โครงการน้ำเพื่อชีวิตมาช่วยและลงทุนเอง ขยายร่องน้ำรอบนา 20 ไร่ ลึกลงไปอีก 1 เมตร กว้าง 2 เมตรด้านล่าง และ 4 เมตรที่ปากร่อง ดินที่ขุดก็โกยขึ้นมาเป็นคันกว้าง 3 เมตร ปลูกผัก ปลูกไม้ผลได้หลายชนิด แต่ปีนี้ (2551) ผมจะเปลี่ยนไปปลูกต้นสะเดาแทน โตเร็ว ราคาดี ไม่ต้องดูแล ปล่อยไว้ 10 ปี ไร่หนึ่งก็ได้เป็นล้าน ผมไปเห็นมาหลายแห่ง แต่น้ำที่เก็บในร่องก็ใช้ทำนา ปลูกผักและพืช และใช้เลี้ยงปลา
มีอ่างเก็บน้ำขนาด 2 ไร่ ด้วย และมีบ่อปลาอีกหลายบ่อ แสดงว่ามีการกักเก็บน้ำหลายวิธี ใช่ครับ สระใหญ่จะเป็นที่กักเก็บน้ำในหน้าฝน เดือนสิงหาคมน้ำจะมาก จะหลาก ถ้าไม่เต็มก็สูบจากร่อง ผมมีบ่อปลาหลายบ่อ สระน้ำและบ่อต่างๆ มีท่อส่งน้ำถึงกันหมด เปิดปิดได้ สระใหญ่จะอยู่สูง เมื่อต้องการน้ำทำนาและปลูกพืชผักก็เปิดท่อปล่อยน้ำ ไม่ต้องสูบให้เปลืองน้ำมัน ปี 2550 น้ำท่วม ทำให้ปลาออกหมด ผมเลยถือโอกาสปล่อยน้ำในหน้าแล้งออกหมดเพื่อจะได้ขุดลอกร่องน้ำรอบนาข้าวให้ลึกลงไปอีก 2 เมตร
นอกจากทำนาปีละสามครั้งแล้วปลูกพืชล้มลุกอะไรบ้าง มีหลายตัว อย่างเผือกนี่ปลูกได้ทั้งปี 4-7 เดือนก็เก็บได้ ไร่หนึ่งไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท แต่ต้องวางแผนการปลูกให้ดี ต้องดูว่าตลาดจะขาดเผือกเมื่อไร ผมลงมกรา ไปเก็บเอากรกฎา ตอนที่เผือกแพงพอดี มีถั่วลิสง ถ้าลงธันวาไปเก็บมีนาก็ราคาดีมาก เพราะถั่วลิสงขาดตลาด ผมปลูก 3-4 ไร่ นอกนั้นก็มีข้าวโพด ต้องดูเวลาลงให้ดี กะเวลาเก็บตอนที่ผลผลิตขาดตลาด
|
|
Last Updated ( Friday, 22 August 2008 )
|
|
Read more...
|
|
|
การมีส่วนร่วมของใครกับใคร |
|
|
|
Written by ดร.เสรี พงศ์พิศ
|
|
Thursday, 21 August 2008 |
|
(ตีพิมพ์ในสยามราฐรายวัน 21 ก.ย. 2551) หลายปีแล้วที่คำว่า "การมีส่วนร่วม" ติดตลาดการพัฒนา แต่ที่พูดกันมาตลอดหมายถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน และที่สุดก็หมายถึงการที่ประชาชนมีส่วนร่วมกับโครงการของทางราชการ ร่วมกับแนวคิดและวิธีการของทางราชการอยู่ดี คำอาจจะฟังดูดี แต่ที่แท้ก็เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้วิธีคิด วิธีปฏิบัติ วิธีให้คุณค่าแบบเดิม ยังอยู่ภายใต้โลกทัศน์ชีวทัศน์แบบเดิม หรือที่ภาษาแขกเรียกว่ากระบวนทัศน์นั่นเอง อาจจะดูดีขึ้นที่ให้โอกาสชาวบ้านได้ร่วมแสดงความเห็นบ้าง บางกรณีก็ได้ร่วมทำข้อมูล เก็บข้อมูล ภายใต้คำขวัญเท่ๆ ว่า ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ ตามหลักแล้ว การมีส่วนร่วมน่าจะไปกลับ 2 ทาง คือ ประชาชนมีส่วนร่วมกับราชการ และราชการมีส่วนร่วมกับประชาชน คือ ร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย ร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ร่วมกันดำเนินการทุกขั้นตอนจริงๆ ไม่ใช่คนหนึ่งมีวาระหรือแนวทางต่างๆ สำเร็จมาแล้ว มาให้อีกฝ่ายหนึ่งมาร่วมและสนับสนุน ในความเป็นจริง รัฐก็ประกาศมานานแล้วไม่ใช่หรือว่า ประชาชนคือศูนย์กลาง ชุมชนเป็นตัวตั้ง พื้นที่เป็นเป้าหมาย เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันแบบบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ อย่างที่เกิดขึ้นมานมนานที่หน่วยงานต่างๆ แข่งกันลงหมู่บ้านและทำโครงการจนชาวบ้านเวียนหัว
|
|
Read more...
|
|
|
|
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>
|
| Results 1 - 3 of 340 |