spacer
spacer search

phongphit.com
Communication is Development
การสื่อสารคือการพัฒนา

โฮมเพจ ดร.เสรี พงศ์พิศ

Search
spacer
เมนูหลัก
Home หน้าแรก
ข่าวและบทความ
เว็บมหาวิทยาลัยชีวิต
ติดต่อผม
ประวัติย่อของผม
ประเภทบทความ
ความในใจ
ข่าว
แนะนำหนังสือ
มหาวิทยาลัยชีวิต
สุขภาพชุมชน
ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ชุมชนเข้มแข็ง
วิสาหกิจชุมชน
ปรัชญาชีวิต
คำและความหมาย
Login Form
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?


คลิกบนภาพปกเพื่อ
ดูแนะนำหนังสือ

คลิกที่นี่เพื่อ
ดาวน์โหลด
ใบสั่งซื้อหนังสือ




 

 

 
Home หน้าแรก

Home
วิสัยทัศน์ พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย ดร . เสรี พงศ์พิศ   
Saturday, 27 June 2009
(เขียนขึ้นมาตามคำขอร้องของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งได้ฟังผมพูดถึงคำคำนี้ แล้วรู้สึกว่า คำว่า "วิสัยทัศน์" ที่เราแปลกันจากคำว่า vision ดูจะอ่อนเกินไป ท่านคงอยากให้ช่วยกันหาคำแปลใหม่ที่มีพลังมากกว่าคำว่าวิสัยทัศน์)

คำว่า “วิสัยทัศน์” ใช้กันมากในการทำยุทธศาสตร์พัฒนาในแทบทุกภาคส่วนวันนี้ แปลมาจากภาษาฝรั่งว่า
“vision” ซึ่งมีรากศัพท์ภาษาละติน videre เป็นคำกริยาที่แปลว่า มองเห็น ซึ่งมีรากภาษาเดียวกันกับคำว่า “วิสัย” ในภาษาบาลี (สันสกฤต)
  
       
คำนี้ใช้มาหลายพันปีแล้ว แต่เดิม
vision เป็นประสบการณ์ทางศาสนาของบุคคลบางคนที่มีคุณธรรม เป็นผู้นำ เป็นผู้แทนของพระเจ้า เช่น ในพระคัมภีร์ไบเบิลมีประกาศก (prophet) ที่ทำหน้าที่ประกาศ “พระวาจาของพระเจ้า” (the Words of God) เป็นผู้ตักเตือนมนุษย์ให้ปฏิบัติตามบัญญัติ ไม่ทำผิด ทำบาป คนเหล่านี้มักจะเห็น vision ที่แปลว่า“นิมิต” หรือ “ภาพนิมิต” “ภาพเหมือนฝันที่คนธรรมดามองไม่เห็น”
   
      
เป็นภาพที่เกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เกี่ยวกับพระเจ้า เกี่ยวกับคุณธรรม เกี่ยวกับอุดมคติ หรือเป้าหมายบางประการที่ต้องการให้เกิดขึ้นจริง ภาพที่พระเจ้าทรงเปิดเผยทางบุคคลบางคนที่ทรงอนุญาติให้เห็นภาพนิมิตนั้น
 

ในหนังสือ Apocapysis (หนังสือวิวรณ์ – เล่มสุดท้ายในพระคัมภีร์ไบเบิล) มีบทที่พูดเรื่อง “ฟ้าใหม่แผ่นดินใหม่” ไว้ชัดเจนมาก ซึ่งเป็น vision ของผู้ประพันธ์หนังสือเล่มนี้ที่ชาวคริสต์ถือว่าได้รับแรงบันดาลใจจากพระเจ้า (divine inspiration)
   
      
โมเสสขณะที่อยู่ในประเทศอิยิปต์ประกาศให้ชาวยิวที่เป็นทาส-เชลยในประเทศนั้นว่า พระเจ้าส่งเขามาปลดปล่อยชาวยิวและพาไปยังแผ่นดินศักดิ์ศิทธิ์ (
Holy Land) ที่เต็มไปด้วย “น้ำนมและน้ำผึ้ง” ไปยังแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญา (Promised Land) อันเป็นภาพนิมิตที่เขาได้ “เห็น” มาก่อน
  
       
ภาพนิมิตและภาพฝันมีพลัง เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน ทำให้คนเดินตามผู้นำที่จะนำพวกเขาไปสู่ชีวิตใหม่ แผ่นดินใหม่ ที่ไม่มีความทุกข์ยากลำบากอีกต่อไป
  
       
เมื่อปี พ.ศ.
2446 ที่บ้านหนองหมากแก้ว อำเภอหนองหิน (ก่อนนี้วังสะพุง) จังหวัดเลย มีพระภิกษุ 2 รูป ฆราวาส 2 คน ลุกขึ้นมาประกาศตัวเป็นผู้นำ เพราะเกิดข้าวยากหมากแพง โรคระบาด ผู้คนลำบากยากแค้น แต่รัฐไม่ได้ช่วยเหลือ ซ้ำยังบังคับให้หาเงิน 4 บาทไปเสียภาษี หรือให้ผู้ชายไปทำงานแทน

ผู้นำทั้ง
4 ประกาศว่า “ต่อไปนี้จะไม่มีเจ้ามีนาย ใบไม้จะเป็นเงินเป็นทอง” นี่คือกบฎผีบุญรุ่นสุดท้ายของสยาม สิ่งที่พวกเขาประกาศ คือ “ภาพนิมิต” ซึ่งเป็น “อุดมคติ” และองค์ประกอบสำคัญหนึ่งของแนวคิดของเรื่อง “ลัทธิว่าด้วยสังคมพระศรีอาริย์” (Messianism)
         
สังคมไทยต้องการผู้นำที่มี
vision แต่เป็น vision ที่มีวิธีการที่ดีด้วย ไม่ใช่มีวิสัยทัศน์ดี วิธีการเลวอย่างที่มักเห็นกันบ่อยๆ
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Saturday, 27 June 2009 )
หรือคนไทยจะรับจ้างต่างชาติทำนา พิมพ์ ส่งเมล
เขียนโดย ดร . เสรี พงศ์พิศ   
Friday, 26 June 2009

สยามรัฐรายวัน 25 มิ.ย. 2552 


เรื่องจริงที่ไม่อิงนิยายหรือข่าวลือเรื่องคนต่างชาติเข้ามาเตรียม “ทำการเกษตร” ในประเทศไทยได้ปรากฎชัดเจนขึ้นมานานแล้ว แต่มาเป็นเรื่องจริงจังและข่าวใหญ่ในประเทศไทยอีกวันนี้เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เอาเรื่องนี้ไปพิจารณา และบอกว่า การทำนาเป็น “เอกสิทธิ์” ของคนไทยเท่านั้น
 
        
แต่อะไรๆ มันก็เปลี่ยนได้ โลกที่ไม่มีพรหมแดนวันนี้ คนมีเงิน มีความรู้ มีวิสัยทัศน์ยอมมองเห็นว่า ถ้าไม่สร้างหลักประกันความมั่นคงด้านอาหาร วันหนึ่งเกิดวิกฤติอาหารขึ้นมาเหมือนเมื่อปี
2551 ต่อให้มีเงิน มีน้ำมันมากเพียงใด เขาไม่ขายข้าวขายอาหารให้ก็อดตายได้เหมือนกัน
         
วันนี้สงครามการแย่งชิงทรัพยากรเพื่อผลิตอาหารเริ่มขึ้นแล้ว ประเทศที่มีเงินก็เริ่มยื่นมือยาวๆ ไปยึดเอาพื้นที่หลายประเทศทำการเกษตรด้วยการ “เช่า” หรือรูปแบบอื่น โดยเฉพาะประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนาในแอฟริกา เอเชีย บริเวณที่อากาศร้อนชื้น มีดิน มีน้ำ มีแดด มีความหลากหลายทางชีวภาพ

ประเทศที่เริ่มแข่งขันกันไป “เช่า” หรือ “ร่วมทุน” ทำนา ปลูกพืช ทำการเกษตร ผลิตอาหารไม่ได้มีแต่เศรษฐีน้ำมันจากตะวันออกกลางเท่านั้น เศรษฐีใหม่อย่างจีน เกาหลีก็เอากับเขาด้วย ประเทศอาเซี่ยนเป็นเป้าหมายสำคัญ กัมพูชาเสร็จไปเกือบสองล้านไร่แล้ว ทำนาเป็นหลัก ไม่ใช่เอาไปปลูกยางพารา ซึ่งวันนี้มีมากเกินความต้องการของตลาดโลกแล้ว   
      
ไม่อยากเถียงกับใครเรื่องการ “แปลงสินทรัพย์เป็นทุน” รวมทั้งไม่เถียงเรื่องที่บอกว่า เขาแค่เช่า ยังไงก็เอาไปไม่ได้ แต่วันนี้เขาไม่จำเป็นต้อง “เอาไป” เพราะการถือสิทธิประโยชน์ การเป็นเจ้าของผลผลิต (แม้ไม่ใช่เจ้าของดินซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ) ก็เหมือนกับกุมหัวใจของสิทธิในสินทรัพย์นั้น และเขาคงไม่เช่าห้าปีสิบปีแน่ๆ แม้ว่าอาจไม่ยาวนานเท่ากับสมัยก่อน (
99 ปี)

วันนี้มีคนไทยทำนา ทำไร่ ทำการเกษตรอยู่ไม่ถึงร้อยละ 30 และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำตลอดเวลา ไปรับจ้างและทำอย่างอื่นด้วย เพราะเกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถอยู่ได้ด้วยการทำนาอย่างเดียว โดยเฉพาะที่ทำนาได้เพียงครั้งเดียว ไม่มีระบบชลประทาน อาศัยแต่น้ำฝนอย่างเดียว

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 26 June 2009 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 3 จาก 392
spacer
บทความใหม่
บทความยอดนิยม

 

 

 

Mambo is Free Software released under the GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย Mambo LaiThai
spacer